สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เป็นเวลานานประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อวันจันทร์ และแสดงความเชื่อมั่นว่า “การสนทนาเป็นไปด้วยดี” โดยรัสเซียกับยูเครน “จะเริ่มดำเนินการทันที” ในการเจรจาเพื่อนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และสำคัญที่สุด คือเพื่อยุติสงครามครั้งนี้


ขณะเดียวกัน ทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นว่า ปูตินต้องการให้สงครามยุติ มิเช่นนั้น ผู้นำรัสเซียคงไม่ยอมสนทนาทางโทรศัพท์ด้วย และ “ยื่นคำขาด” ว่าหากการหารือครั้งใหม่ยังไม่มีความคืบหน้าอีก สหรัฐ “จะถอนตัว”

ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐเรียกร้องการหยุดยิงเป็นเวลา 30 วัน “โดยปราศจากเงื่อนไข” ซึ่งยูเครนยอมรับ แต่ตอนนั้นรัสเซีย “กำหนดเงื่อนไขหลายประการ” ที่สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับฝ่ายตะวันตก


ขณะที่ปูตินกล่าวถึงการสนทนาครั้งนี้ “ด้วยท่าทีรอบคอบมากกว่า” เมื่อเทียบกับทรัมป์ ว่าเป็นการหารือที่ “เปิดกว้าง มีประโยชน์ และเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล” หลังจากนี้ รัฐบาลมอสโกจะยื่นข้อเสนอของตัวเอง และพร้อมหารือร่วมกับยูเครน เพื่อนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงสันติภาพ “ที่เป็นไปได้” ในอนาคต


อย่างไรก็ตาม ผู้นำรัสเซียทิ้งท้ายว่า “จำเป็นต้องมีการประนีประนอมมากกว่านี้” แต่ไม่ได้ขยายความอย่างชัดเจน

ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า ได้สนทนากับทรัมป์ ทั้งก่อนและหลัง ที่ผู้นำสหรัฐสนทนากับผู้นำรัสเซีย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตัน ยกระดับการคว่ำบาตรรัสเซีย หากอีกฝ่ายไม่ยินยอมบรรลุข้อตกลงหยุดยิง


ทั้งนี้ทั้งนั้น เซเลนสกียืนยันว่า ยูเครนจะไม่มีทางถอนทหารออกจากพื้นที่ทางตะวันออก และพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ในส่วนที่ยังอยู่ภายใต้การยึดครองของยูเครน


อีกด้านหนึ่ง สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ประทานพระวโรกาสให้นายเจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ และนายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เข้าเฝ้าที่วาติกัน และพระองค์ซึ่งเป็นชาวอเมริกัน ทรงแสดงความพร้อม ว่าวาติกันสามารถทำหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ย ให้กับการเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครน.

เครดิตภาพ : AFP