กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่คนสนใจเพียงชั่วข้ามคืน สำหรับประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจและพูดถึงเป็นอย่างมาก หลังจากที่นักแสดงสาวสวย “เบสท์-รักษ์วนีย์ คำสิงห์“ ลูกสาวคนสวย และ “โบ๊ท-ภูวรักษ์ คำสิงห์” ลูกชายนักฟุตบอลของโม้อมตะ “บาส-สมรักษ์ คำสิงห์” นักชกเหรียญทองโอลิมปิกคนแรกของไทย ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ในรายการแฉ ทางช่อง GMM25 เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ประกาศว่าต่อไปนี้จะไม่ช่วยพ่ออีกแล้ว หากไปสร้างเรื่องอะไรขึ้นมาอีก หนูขอจบที่ 2 คดีพอ คดีลอตเตอรี่จบแล้ว ตอนนี้ก็เหลือคดีน้อง 17 จบคดีนี้พอแล้ว หนูเหนื่อยแล้ว ทำเอาหลายคนพากันวิจารณ์หลากหลายแง่มุม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด “เดลินิวส์ออนไลน์” ชวนย้อนวีรกรรมความเจ้าชู้ตัวพ่อของสมรักษ์ที่ก่อนหน้านี้ ทำเอาเป็นประเด็นที่หลายคนสนใจอย่างมากมาย

โดยในโลกออนไลน์มีการแชร์วีรกรรมจากของ บาส – สมรักษ์ คำสิงห์ กับภรรยา อ้อย เสาวนีย์ ที่เคยมาเป็นแขกรับเชิญในรายการ Club Friday Show เมื่อปี 2564 ทั้งคู่ได้มาเปิดเผยเรื่องราวชีวิตคู่อย่างหมดเปลือก
งานนี้มีบางช่วงบางตอนที่อ้อยภรรยาสมรักษ์ เล่าถึงความเจ้าชู้ของสามีว่า “พอมีชื่อเสียงมา สามีมีความเจ้าชู้นับครั้งไม่ถ้วน ก่อนจะได้เหรียญทองก็เจ้าชู้มากเช่นกัน แต่ก็สามารถผ่านมาได้ด้วยสติและความรักที่มีต่อลูกๆ พร้อมยังเผยถึงขนาดที่ว่ามีคนมาจ้างให้หย่าถึง 2 ล้าน หรือแม้กระทั่งโทรมาบอกว่า นอนกับสามีเธอ ก็โดนมาแล้ว หรือแม้กระทั่งจ้างหย่าก็มี ท้องก็มี เราก็บอกว่า นอนก็นอน ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เธอมันคนที่เท่าไรแล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับคนของเราด้วย ถ้าเรายังอยู่ฝ่ายเรา เราก็ไม่กลัว ถามว่าเราขี้หึงมั้ย แต่ก่อนนี่เอาปืนใส่รถไว้เลย ขับรถไปถึงที่เลย ซึ่งเราเป็นคนขี้หึงมาก แต่ดีว่าขับรถไปแล้วมันไม่เจออะไร ถ้าเห็นอะไรคาหนังคาเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอะไร”

“ส่วนผู้หญิงที่โทรมาบอกว่าท้อง 2 เดือน เราก็ยังเฉยๆ คิดว่ามันจะท้องได้ยังไง ก็เลยบอกว่าให้ไปตรวจก่อนมั้ย ใจเย็นๆ ไปตรวจ DNA ก่อนเลย ถ้าเขาเป็นพ่อลูกกันจริงๆ คุณก็เอาไปเลย ยกให้เลย แต่ถ้าผู้ชายเขาไปนะ ถามว่าผู้หญิงได้เบอร์มาได้ยังไง ก็คือสมรักษ์เขาไปบอกผู้หญิงว่า ถ้าเบอร์นี้โทรมาอย่ารับสายนะ เรื่องที่มีคนจ้างหย่า 2 ล้าน ซึ่งเราก็บอกเขาไปว่า 2 ล้านไม่พอหรอก มูลค่าเขาต้องมากกว่านั้น คุณเอาไปคุณคุ้ม เราก็บอกว่าสัก 10 ล้านได้อยู่นะ คือผู้หญิงพวกนั้นเขาพูดเยอะ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับผู้ชายด้วย ถ้าผู้ชายยังเลือกเราอยู่ เราก็มีความมั่นใจไปตอบโต้ อย่าไปคิดเลยว่าเราจะเลิกกัน แต่ถ้าเราคิดว่าจะเลิกแล้ว เราจะไปอยู่คนเดียว เราเลิก แต่ถ้าเลิกกันแล้วเราคิดอยากจะแต่งงานใหม่ เราอย่าเลิกดีกว่า เพราะว่าเราไม่รู้ว่าผู้ชายที่เราจะไปเจออีก เขาจะดีหรือไม่ดี แล้วอีกอย่างเขาเป็นพ่อของลูก เรามองว่าให้เขาอยู่กับลูกเรา เป็นพ่อของลูกเรามันอบอุ่นดีอยู่แล้ว เราไม่ต้องไปดิ้นรนอะไรเลย เพียงแต่ว่าเวลาที่เขาออกนอกลู่นอกทาง เราก็ตบๆ เข้ามา เพราะว่ามันก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว”

พอมีการแชร์เรื่องราวไป ก็มีคนมาสนใจเรื่องนี้และพากันพูดถึงเคส ก่อนหน้านี้ที่สาวเบสท์พูดในรายการอย่างลอตเตอรี่ ซึ่งคนก็พากันโฟกัสเรื่องราวของสมรักษ์ที่เขาโร่แจ้งความดำเนินคดีถูกสาวใหญ่ชวนลงทุนซื้อลอตเตอรี่แล้วเบี้ยวเสียหายกว่า 11 ล้านบาทรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. 64 นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พา น.ต.สมรักษ์ คำสิงห์ หรือบาส อายุ 48 ปี นักชกเหรียญทองโอลิมปิก มวยสากลสมัครเล่นปี 1996 เข้าแจ้งความกับ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ขอให้สอบสวนดำเนินคดีสาวนางหนึ่ง อายุ 65 ปี อ้างเป็นยี่ปั๊ว หลอกขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่ สูญเงินไปกว่า 11.75 ล้านบาท
ต่อด้วยเคส ล่าสุดของสมรักษ์ที่เป็นประเด็นเมื่อ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น โดยอ้างว่าถูกอดีตนักมวยชื่อดังพาเข้าโรงแรมแล้วลงมือกระทำอนาจาร หลังรู้จักกันในผับแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น โดยตอนนั้น ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า ผู้เสียหายเบิกความตามข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะเบิกความเชื่อมโยงกัน หากไม่ประสบเหตุจริง ที่เป็นเรื่องน่าอับอาย เชื่อว่า ไม่มีจริตเสแสร้ง เอาความเท็จมาแจ้ง ซึ่งอาจถูกดำเนินการเอาผิดในภายหลัง สอดคล้องผลการชันสูตรบาดแผล ร่องรอยความรุนแรงตามร่างกาย ซึ่งศาลมีพิพากษาจำคุกรวม 4 ปี 8 เดือน จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี 13 เดือน 10 วัน และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ญาติ 50,000 บาท และผู้เสียหาย 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ตั้งแต่กระทำละเมิด
งานนี้กว่าจะเคลียร์กันจบก็ทำเอาสมรักษ์แทบอ้วกทีเดียว เพราะเจอทั้งสื่อที่จับจ้องและค่าเสียหายที่ต้องชดใช้ ซึ่งต่อมาสาวเบสท์ลูกสาวก็ได้ยื่นมือเข้าช่วยมาแล้ว

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม kamsingfamily



