สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองฮาร์บิน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่า บูธแสดงสินค้าไทย ณ งานแสดงสินค้าทางเศรษฐกิจและการค้านานาชาติฮาร์บิน ครั้งที่ 34 ต้อนรับผู้คนมากหน้าหลายตา เข้าเยี่ยมชมตั้งแต่เปิดต้อนรับสาธารณชน เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีกลิ่นหอมอบอวลของข้าวหอมมะลิ กอปรกับเมนูผัดไทยและข้าวเหนียวมะม่วง จากฝีมือเชฟ “จิ้งตง” คอยดึงดูดความสนใจ ซึ่งอาหารไทยนั้นถือเป็นดาวเด่นอีกดวง นับตั้งแต่ไทยเข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2552

เชฟ จิ้งตง อายุอยู่ในช่วงประมาณ 30 ปี เป็นเชฟอาหารไทยมานาน 16 ปีแล้ว ปัจจุบัน ประจำอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่มีลูกค้าในช่วงสุดสัปดาห์เฉลี่ย 200-300 โต๊ะต่อวัน กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือ การสร้างสมดุลของรสชาติอาหารจากเมืองร้อนกับคนกินที่อยู่เมืองหนาว
ส่วนสิ่งยากที่สุดในการเอาชนะใจคนฮาร์บินคือ “ข้าว” เพราะภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เป็นแหล่งปลูกข้าวเมล็ดใหญ่เนื้อแน่น ซึ่งมีรสสัมผัสแตกต่างจากข้าวหอมมะลิของไทยอย่างมาก
หญิงคนหนึ่ง เปิดเผยเพียงแซ่หวัง เป็นนักท่องเที่ยวจากเมืองฮาร์บิน ที่ต่อคิวรับข้าวเหนียวมะม่วง แสดงความเห็นว่า ข้าวหอมมะลิของไทย เหมาะรับประทานคู่กับผลไม้เพราะเมล็ดเล็กและเหนียวนุ่ม ส่วนข้าวของภูมิภาคจีนตะวันออกเฉียงเหนือหรือข้าวตงเป่ย์ เหมาะจะรับประทานคู่กับกับข้าวมื้อหลัก ซึ่งรสนิยมเช่นนี้ของคนท้องถิ่น ส่งผลให้ร้านอาหารไทยบางส่วนในฮาร์บิน เลือกเสิร์ฟข้าวตงเป่ย์ด้วย

คุณรัตนภรณ์ ศรีจิตรเพชร หรือ หลี่เหวินจิ้ง ผู้ดูแลบูธแสดงสินค้าไทย กล่าวว่า คนที่นี่ไม่ค่อยชอบรับประทานข้าวหอมมะลิหุงสุก เธอจึงคิดหาวิธีส่งเสริมการขายข้าวหอมมะลิ ด้วยการประยุกต์เอาข้าวหอมและข้าวเหนียวของไทย มาหุงรวมและต้มเป็นโจ๊ก ซึ่งมีรสชาติหวานละมุนถูกปาก จนมีลูกค้าแวะเวียนมาชิมกันหลายคน ทำให้รสหวานกลายเป็นเคล็ดลับไปแล้ว

ด้าน “ไท่เซียงเล่อ” ร้านอาหารที่เชฟจิ้งตงทำงานอยู่ เปิดขายเมนูต้มยำกุ้งหม้อไฟ ระหว่างเดือน ต.ค.-พ.ค. เพื่อตอบโจทย์ความต้องการอาหารร้อน ๆ สร้างความอบอุ่นในช่วงฤดูหนาว ขณะที่ “ไท่หลานเซียง” ร้านอาหารไทยอีกแห่งในเมืองฮาร์บิน เปิดขายเมนู “ต้มเล้งแซ่บภูเขาไฟ” ที่ใส่น้ำปลาน้อยลง เพื่อปรับรสชาติตามความนิยมของคนท้องถิ่น.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



