จากกรณีเมื่อวันที่ 16 พ.ค. คณะสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 22 ราย ได้ลงนามร่วมกันยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคําสั่งให้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดํา อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หยุดปฏิบัติหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนคดีเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และยื่นเรื่องกล่าวหาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินคดีกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และมีคําสั่งให้คณะกรรมการดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว โดยในการขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินคดีกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบกรณีเลือก สว. นั้น มีจำนวน 7 ราย ประกอบด้วย 1.ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประธานกรรมการ 2.พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ 3.นางสุทธิดา คงเดชา ผู้อํานวยการสํานักสืบสวนสอบสวน 1 4.นายชาญชัย สมาคม ผู้อํานวยการสํานักสืบสวนสอบสวน 2 5.นายระวี อักษรศิริ ผู้อํานวยการกองคดีการฟอกเงินทางอาญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ 6.นายเอกรินทร์ ดอนดง ผู้อํานวยการส่วนวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์พิเศษ ของคดีเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ 7.นายประเคียง เพียรดี ผู้อํานวยการฝ่ายสืบสวนสอบสวน 5 ทั้งหมดถูกกล่าวหาว่า “ร่วมมือกันดำเนินคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจตนเอง” เพื่อแทรกแซงและครอบงำการตรวจสอบของ กกต. และ “ข่มขู่หรือกลั่นแกล้งสมาชิกวุฒิสภา” ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 21 พ.ค. รายงานข่าวภายในคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 22 ราย เข้าชื่อยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวหาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินคดีกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (เจ้าหน้าที่ กกต. 4 ราย และดีเอสไอ 3 ราย) และมีคําสั่งขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ทางคณะฯ ได้รับทราบประเด็นดังกล่าวแล้ว แต่ในตอนนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากในการสอบสวน ไต่สวน คณะฯ ได้ยึดตามพยานหลักฐานสำคัญที่ปรากฏ และตอนนี้ก็ยังดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ คือ การเชิญ สว. กลุ่มแรกมารับทราบข้อกล่าวหาและเปิดโอกาสให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามนัดหมายกำหนด (19 พ.ค.-21 พ.ค.) รวมถึงในกลุ่มบุคคลอื่น ๆ ที่จะมีการพิจารณาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเรื่องการถูกร้องเรียนดังกล่าวจาก 22 สว. ไม่ได้ทำให้คณะฯ หวั่นใจ เพราะที่ผ่านมา ทำตามกรอบกฎหมายกำหนดทุกประการ และพร้อมที่จะหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว หากมีคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายจากหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบดังกล่าว พร้อมย้ำว่า คณะฯ ไม่ได้ทำการสอบสวน ไต่สวนโดยปราศจากพยานหลักฐาน

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับรายชื่อ 22 สว. ที่ร่วมลงชื่อในหนังสือฉบับดังกล่าวร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. อาทิ นายมงคล สุระสัจจะ, พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์, พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา, นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร, นายปราณีต เกรัมย์, นายเอนก วีระพจนานันท์, นายชีวะภาพ ชีวะธรรม, นายสมชาย นุ่มพูล, นายสุเทพ สังข์วิเศษ, นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี, พ.ต.ท.สง่า ส่งมหาชัย, นายจตุพร เรียงเงิน, นายสัมพันธ์ ชัยวิเศษจินดา, น.ส.อัจฉรพรรณ หอมรส, พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อลงกต วรกี, นางนงลักษณ์ ก้านเขียว, พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี, นายพิชาญ พรศิริประทาน, นายพละวัต ตันศิริ, นายภานุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ เป็นต้น.