วันนี้ “เดลินิวส์” นำบทความของ ผศ. นพ.คมสันต์ เกียรติรุ่งฤทธิ์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่พูดถึง “Phobia โรคกลัว” ว่า เคยรู้สึกหวาดกลัวบางสิ่งอย่างรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้หรือไม่ ? ไม่ว่าจะเป็นการกลัวความสูง กลัวสัตว์ หรือกลัวสถานการณ์บางอย่างมากเกินไป สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ความกลัวธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณของ “โรคกลัว” หรือ phobia โรคนี้ไม่เพียงส่งผลต่อจิตใจ แต่ยังกระทบต่อชีวิตประจำวันได้มากกว่าที่คิด บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักโรคกลัวอย่างละเอียด ทั้งสาเหตุ อาการ การวินิจฉัย รวมถึงแนวทางการรักษาอย่างถูกวิธี

โรคกลัว คืออะไร ?

โรคกลัว (phobia) เป็นความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่งในกลุ่มของโรควิตกกังวล โดยมีลักษณะเด่นคือ การกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างรุนแรงและโดยไม่มีเหตุสมผล ซึ่งอาจเป็นสิ่งของ สัตว์ สถานที่ หรือสถานการณ์ แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะไม่มีอันตรายก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคกลัวมักจะพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ตนกลัว และเมื่อเผชิญหน้าก็จะเกิดอาการตื่นตระหนก วิตกกังวล หรือถึงขั้นหมดสติ

โรคกลัวแตกต่างจากความกลัวทั่วไป เพราะผู้ที่เป็นโรคกลัวจะมีอาการซ้ำ ๆ เมื่อเผชิญสิ่งกระตุ้น และอาการนั้นจะรบกวนการใช้ชีวิตปกติ เช่น การหลีกเลี่ยงการโดยสารเครื่องบินจนไม่สามารถเดินทางทำงาน หรือไม่กล้าออกจากบ้านเพราะกลัวผู้คน

โรคกลัวเกิดจากอะไร ?

แม้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุแน่ชัดได้ แต่โรคกลัวมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

  • ประสบการณ์ในอดีต เช่น เคยถูกสุนัขกัดจนอาจพัฒนาเป็นโรคกลัวสุนัข
  • การเลียนแบบ เช่น การเห็นพ่อแม่หรือคนใกล้ชิดแสดงความกลัวต่อบางสิ่งอย่างชัดเจน
  • พันธุกรรมและเคมีสมอง ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง อาจมีบทบาทต่อการเกิดโรคกลัว
  • สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู เช่น เด็กที่ถูกเลี้ยงอย่างเข้มงวดหรือขาดความมั่นคงทางอารมณ์

บางคนอาจเริ่มมีอาการตั้งแต่เด็ก บางคนอาจเริ่มเป็นตอนโต ซึ่งอาจมีทั้งปัจจัยกระตุ้นจากภายนอกและความเปราะบางทางจิตใจจากภายใน

โรคกลัว มีอาการอย่างไร ?

อาการของโรคกลัวจะแตกต่างไปตามประเภท แต่สิ่งที่พบร่วมกัน ได้แก่

  • อาการทางจิตใจ รู้สึกกลัว หวาดระแวง ควบคุมตัวเองไม่ได้
  • อาการทางร่างกาย ใจสั่น เหงื่อออก หายใจเร็ว หน้ามืด อาเจียน มือสั่น
  • พฤติกรรมหลีกเลี่ยง หลีกเลี่ยงสิ่งที่กลัวทุกวิถีทาง แม้จะขัดขวางชีวิตประจำวัน
  • ความทุกข์ทางอารมณ์ อับอาย รู้สึกผิดที่ตัวเองกลัว “เรื่องไม่เป็นเรื่อง”

สิ่งสำคัญ คือ อาการเหล่านี้มักจะรุนแรงมากเกินความเป็นจริงของสิ่งที่กลัว และสร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิต

กลัวแบบไหน ถึงจะเข้าข่ายโรคกลัว

ไม่ใช่ทุกความกลัวจะกลายเป็นโรคกลัว ความแตกต่างอยู่ที่ระดับความรุนแรงและผลกระทบต่อชีวิต โดยอาจพิจารณาได้จากเกณฑ์ต่อไปนี้

  • กลัวรุนแรงและไม่มีเหตุสมผล ต่อสิ่งที่ไม่อันตราย
  • กลัวอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลานานกว่า 6 เดือน
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ถึงขั้นกระทบต่อการทำงาน การเรียน หรือความสัมพันธ์
  • รู้ว่ากลัวเกินเหตุแต่ก็ห้ามตัวเองไม่ได้

หากความกลัวเริ่มควบคุมชีวิตคุณ แทนที่คุณจะควบคุมมัน นั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคกลัวที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคกลัว โรคกลัวไม่ได้เพียงทำให้รู้สึกกลัว แต่ยังสามารถพัฒนาไปสู่ภาวะอื่น ๆ เช่น

  • โรคซึมเศร้า จากการรู้สึกผิด ผิดหวัง หรือเกลียดตัวเองที่ไม่สามารถจัดการกับความกลัวได้
  • โรควิตกกังวลทั่วไป หรืออาการตื่นตระหนก
  • ภาวะติดสารเสพติด หรือพฤติกรรมหลีกหนีปัญหา เช่น ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือใช้ยา
  • ความสัมพันธ์ส่วนตัวและการทำงานเสียหาย เพราะหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความกลัว

ดังนั้น การปล่อยให้โรคกลัวเรื้อรังโดยไม่รักษา อาจทำให้ชีวิตยากขึ้นและมีความเสี่ยงทางจิตใจเพิ่มขึ้น

โรคกลัวอย่างจำเพาะเจาะจง มีกี่ประเภท

โรคกลัวแบ่งเป็นหลายประเภท โดยเฉพาะที่เรียกว่า “specific phobia” ซึ่งเป็นการกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ ได้แก่

  • กลัวสัตว์ เช่น กลัวงู แมงมุม สุนัข
  • กลัวสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ เช่น กลัวความสูง ฟ้าร้อง น้ำลึก
  • กลัวเลือดหรือขั้นตอนทางการแพทย์ เช่น กลัวเข็ม กลัวเลือด
  • กลัวสถานการณ์บางอย่าง เช่น ขึ้นลิฟต์ ขึ้นเครื่องบิน
  • กลัวอื่น ๆ ที่ไม่จัดอยู่ในกลุ่มใด เช่น กลัวเสียงดัง กลัวสิ่งแปลก ๆ

โรคกลัว ที่พบได้บ่อย ในชีวิตประจำวัน เราอาจเคยพบหรือได้ยินเกี่ยวกับโรคกลัวเหล่านี้

  • กลัวที่แคบ (claustrophobia) จะมีอาการอึดอัด ใจสั่น หายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อต้องอยู่ในที่แคบ ๆ ไม่ปลอดโปร่ง
  • กลัวเลือด (hemophobia) ความรู้สึกกลัวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นเลือด จะมีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม
  • กลัวเครื่องบิน (aerophobia) หวาดกลัวหรือกังวลว่าเครื่องบินจะตก พื้นฐานของคนที่กลัวเครื่องบินมาจากการกลัวความสูงหรือกลัวที่แคบมาก่อน
  • กลัวความสูง (acrophobia) มีความรู้สึกกลัวใจสั่น มือขาสั่น ไม่กล้ามอง เมื่อต้องอยู่บนที่สูง ๆ บางคนอาจกลัวจนเกิดอาการช็อกได้
  • กลัวเชื้อโรค (mysophobia) มีความกลัวและกังวลเกี่ยวกับสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคต่าง ๆ กลัวที่จะสัมผัสกับสิ่งของสาธารณะ โรคนี้จะทำให้คนที่เป็นรักความสะอาดมาก ๆ ทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา
  • กลัวเข็ม (needle phobia) ความกลัวเมื่อเห็นเข็มส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับเข็มฉีดยา ทำให้มีอาการใจสั่น ใจเต้นแรง หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม

บางโรคอาจดูเหมือนไม่ร้ายแรง แต่หากกระทบต่อการใช้ชีวิต ก็ควรได้รับการวินิจฉัยและดูแล

วิธีการรักษาโรคกลัว (phobia)

การรักษาโรคกลัวมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรงของอาการ ได้แก่

  • การปรับพฤติกรรมและฝึกจิตใจ เริ่มจากการออกกำลังกายหรือฝึกนั่งสมาธิเพื่อเสริมความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ แล้วค่อย ๆ ฝึกเผชิญหน้ากับสิ่งที่กลัวทีละน้อย จากสิ่งที่กลัวน้อยที่สุดไปยังสิ่งที่กลัวมากขึ้น เพื่อสร้างความคุ้นชินและลดความหวาดกลัว
  • การปรับความคิด ฝึกคิดในแง่บวก ให้กำลังใจตนเอง และจินตนาการถึงสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขณะเผชิญกับสิ่งที่กลัว ช่วยลดความตื่นตระหนกและสร้างความมั่นใจ
  • เข้ารับการรักษากับจิตแพทย์ การพบจิตแพทย์สามารถช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยการบำบัดทางจิต (psychotherapy) เช่น การบำบัดแบบ CBT (cognitive behavioral therapy) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคกลัว
  • การใช้ยา ในบางกรณี อาจจำเป็นต้องใช้ยา เช่น ยาคลายเครียด หรือยารักษาโรควิตกกังวล เพื่อช่วยลดอาการในช่วงแรกของการรักษา
  • ติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง ควรมีการติดตามอาการกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินผลและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม

การรักษาจะได้ผลดีขึ้นหากได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิด เมื่อเป็นโรคกลัว ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?

หากรู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับโรคกลัว ลองเริ่มจากสิ่งต่อไปนี้

  • อย่าหลีกเลี่ยง แต่ค่อย ๆ เผชิญความกลัวอย่างเป็นขั้นตอน
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำแนะนำและแนวทางการรักษา
  • ดูแลสุขภาพจิตและร่างกาย ด้วยการนอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงสารกระตุ้น
  • เข้ากลุ่มสนับสนุน เพื่อพูดคุยกับผู้ที่ประสบปัญหาแบบเดียวกัน

ความเข้าใจและยอมรับตัวเองเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการฟื้นฟูจิตใจ

โรคกลัว (phobia) คือnความผิดปกติทางจิตที่เกิดจากความกลัวอย่างรุนแรงและไม่สมเหตุสมผลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ความกลัวนี้ส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน โรคกลัวสามารถเกิดจากประสบการณ์ในอดีต พันธุกรรม การเลี้ยงดู หรือความไม่สมดุลของสารในสมอง อาการอาจแสดงออกในรูปแบบของการหวาดกลัวรุนแรง หลีกเลี่ยง หรือเกิดความทุกข์ใจเรื้อรัง

แม้โรคกลัวจะส่งผลกระทบอย่างมาก แต่ก็สามารถรักษาและจัดการได้ด้วยวิธีทางจิตบำบัด การใช้ยา และการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน หากเริ่มเข้าใจอาการ และได้รับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะช่วยให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมั่นคงทางอารมณ์อีกครั้ง