ดร. เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการประชุมสัมมนาความร่วมมือไทย – จีน 50 ปีมิตรภาพ “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยางและข้อเสนอการลดภาษีนำเข้ายางพารา” ในครั้งนี้ว่า นับเป็นจุดเริ่มต้นสานต่อความร่วมมือด้านธุรกิจยางพารา ระหว่าง กยท. กับสมาคมการค้าส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจหกประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ที่ตระหนักถึงความสำคัญของขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจทั้งภายในและระหว่างประเทศ การแลกเปลี่ยนความรู้ วิชาการและเทคโนโลยี ไปจนถึงการลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักนำเข้าผลิตภัณฑ์ยางพาราจากไทย  

โดยจีนพร้อมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและการบริโภคในประเทศทั้งระบบ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ยางพาราให้สามารถส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับ กยท. ที่ให้ความสำคัญกับห่วงโซ่อุปทานยางพาราทั้งระบบ ตั้งแต่กระบวนการผลิต โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางพารา สามารถส่งออกผลผลิตและผลิตภัณฑ์ยางพาราที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มลูกค้าและคู่ค้าสร้างโอกาสทางธุรกิจ สร้างรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราทั้งระบบอย่างยั่งยืน

เป็นโอกาสดีที่หน่วยงานภาครัฐของทั้ง 2 ประเทศ ได้แก่ ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กงสุลพาณิชย์จีน คณะผู้แทนฝ่ายจีนเขตปกครองตนเองสิบสองปันนากรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กยท. การท่าเรือแห่งประเทศไทย และสมาคมการค้าส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจหกประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ตลอดจนเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันเจรจาและวางแนวทางในการส่งออกผลผลิตยางพาราไทยไปประเทศจีน ตลอดจนแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการเกษตรให้ดียิ่งขึ้น โดยประเด็นหารือที่สำคัญ คือ การร่วมกันกำหนดแนวทางดำเนินการเพื่อผลักดันให้ประเทศจีนลดอัตราภาษีนำเข้ายางพาราไทยเป็นศูนย์ โดยมีความเห็นตรงกันที่จะตั้งคณะทำงานร่วมด้านยางพารา ไทย–จีน–เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนให้มาตรการขอลดภาษีนำเข้าจีนและอุปสรรคทางการค้าอื่นๆ เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเตรียมประสานงานต่อในระดับรัฐบาลของทั้งสองประเทศ เพื่อให้เกิดการผลักดันนโยบายในกรอบทวิภาคีและพหุภาคีต่อไป