เมื่อวันที่ 26 พ.ค.68 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “วิรังรอง ทัพพะรังสี” ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ และนิสิตเก่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 30 ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงพลังสนับสนุน “แพทยสภา” โดยมีรายชื่อกลุ่มแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ ได้แก่ ศิริราช 78 ท่าน รามาธิบดี 3 ท่าน และจุฬาฯ 23 ท่าน ต่อ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ในฐานะอุปนายกแพทยสภาคนที่ 1 และ ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี ประธานอนุกรรมการสอบสวนเฉพาะกิจ แพทยสภา พร้อมด้วยคณะกรรมการแพทยสภาทุกท่าน ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม จริยธรรม และความถูกต้อง เพื่อรักษาเกียรติภูมิของวิชาชีพแพทย์ไทยทั่วประเทศ
แถลงการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้แฮชแท็ก #SAVEแพทยสภา ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่มแพทย์ในการปกป้องและส่งเสริมบทบาทของแพทยสภาในฐานะองค์กรหลักที่กำกับดูแลมาตรฐานและจริยธรรมทางการแพทย์
ต่อมา แพทย์เชียงใหม่ รุ่น 15 แสดงเจตนารมณ์ เพื่อเป็นกำลังใจให้กรรมการแพทยสภาลงมติยืนยันในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ ให้เป็นไปตามมติเดิม โดยระบุว่า ตามที่คณะกรรมการแพทยสภามีมติในวันที่ 8 พ.ค. ศกนี้ มีมติลงโทษแพทย์ 3 คน ที่เอื้อประโยชน์ต่อนักโทษชั้น14 รพ.ตำรวจ โดยอ้างว่ามีการป่วยหนักขั้นวิกฤติ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานเชิงประจักษ์ ด้วยการพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชั่วคราวและว่ากล่าวตักเดือน ไปแล้วนั้น กลุ่มแพทย์เชียงใหม่รุ่น 15 ขอชื่นชมคณะกรรมการแพทยสภาที่ได้พิจารณาคดีดังกล่าวด้วยความเป็นธรรมและลงมติด้วยความกล้าหาญให้เกิดความเป็นธรรม ภายใต้กรอบของจริยธรรมและจรรยาบรรณของแพทย์ให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมไทย
ในการประชุมคณะกก.แพทยสภาชุดใหญ่ใน 12 มิ.ย.นี้ มีความเป็นไปได้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะสภานายกพิเศษอาจใช้สิทธิ์วีโต้ไม่เห็นด้วยกับมติการลงโทษดังกล่าว ถ้าเป็นตามนั้นจะต้องมีการลงมติอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในครั้งนี้ ต้องการเสียงถึงสองในสามของกก. ทั้งหมดจึงจะยืนยันตามมติเดิม ในการลงคะแนนครั้งนี้จำเป็นต้องได้เสียงจากกรรมการอย่างน้อย 47 คนขึ้นไป จากกรรมการ ทั้งหมด 70 คน เพื่อยืนยันตามมติเดิม



