สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ว่า รายงานในวารสาร “เนเจอร์ อีโคโลจี แอนด์ อีโวลูชัน” ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2503 ความเสียหายที่เกิดจากพืชและสัตว์ต่างถิ่น ซึ่งขยายพันธุ์ในพื้นที่แห่งใหม่ ทำให้สังคมสูญเสียเงินมากกว่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 72 ล้านล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าการประมาณการก่อนหน้านี้ถึง 17 เท่า

การแพร่ขยายอย่างรวดเร็วของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์รุกราน ตั้งแต่ยุงและหมูป่า ไปจนถึงพืชที่กำจัดได้ยาก ทำลายการเกษตร แพร่กระจายโรค และส่งผลให้สายพันธุ์อื่น ๆ สูญพันธุ์เร็วขึ้น

ทีมนักวิจัยระหว่างประเทศที่นำโดยนายอิสมาเอล โซโต นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเซาท์โบฮีเมีย ในสาธารณรัฐเช็ก ต้องการทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตรุกราน 162 สายพันธุ์ ซึ่งมีข้อมูลความเสียหายที่ได้รับการบันทึกในบางประเทศ จากนั้นพวกเขาจึงสร้างแบบจำลองผลกระทบทางเศรษฐกิจในประเทศอื่น ๆ 78 ประเทศ ที่ไม่มีข้อมูลมาก่อน เช่น บังกลาเทศ และคอสตาริกา

เนื่องจากปริมาณการค้าและการเดินทางที่สูง สัตว์และพืชหลายหมื่นสายพันธุ์ จึงสร้างความเสียหายแบบหยั่งรากลึก และในบางกรณี พวกมันมาจากถิ่นกำเนิดอันแสนไกล ซึ่งยุโรปเป็นทวีปที่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์นี้มากที่สุด รองลงมาคือ อเมริกาเหนือ และเอเชีย

“พืชรุกรานต่างถิ่น เป็นกลุ่มที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากที่สุด ทั้งในด้านความเสียหายและการจัดการ ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือ พื้นที่ชายฝั่งในเมือง โดยเฉพาะในยุโรป จีนตะวันออก และสหรัฐ.

เครดิตภาพ : AFP