ต่อมาเวลา 17.00 น. วันที่ 29 พ.ค. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569  วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระแรก เป็นวันที่ 2  นายคริษฐ์ ปานเนียม สส.ตาก พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายถึงงบประมาณบริหารจัดการน้ำปี 2569 ว่า ได้รับการจัดสรรงบ 2 แสนล้านบาท แต่จัดงบไม่ตรงจุด พลาดเป้า ไม่คุ้มค่าการลงทุน ให้น้ำหนักโครงการจากส่วนกลางมากกว่าสะท้อนปัญหาจากพื้นที่ โครงการที่เสนอมาจากพื้นที่ได้รับความสำคัญเป็นลำดับสุดท้าย  เพราะใช้ระบบราชการรวมศูนย์จัดงบ โครงการเรือธงของกรมชลประทานบางโครงการขอเข้ามา โดยไม่มีความพร้อม เพื่อเอางบมาไว้ก่อน แล้วค่อยโยกหรือโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณภายหลัง ตามความต้องการของฝ่ายการเมือง เช่น งบปี 66 มีการโยกหรือโอนงบ รวม 4,600 ล้านบาท ปี 67 มีการโยกงบ 351 ล้านบาท นี่คือปัญหาการจัดงบแบบรวมศูนย์ ขณะที่การจัดงบรายลุ่มน้ำ ไม่กระจายอย่างทั่วถึง กระจุกตัวเฉพาะพื้นที่รัฐบาล ไม่รู้ใช้หลักเกณฑ์หรือหลักกู กระจายงบ กฎหมายที่ห้าม สส.ยุ่งเกี่ยวกับการจัดงบไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ ส่งเสริมให้ สส.ขายตัว เป็นงูเห่า เพื่อได้งบสนับสนุน เป็นความล้มเหลวจัดงบรวมศูนย์ 

ด้านนายอิทธิพล ชลธารศิริ สส.ขอนแก่น พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขอตั้งข้อสังเกตการจัดงบภัยแล้งในงบกลาง ทั้งที่งบปกติมีอยู่แล้ว พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งปี 67-68 มี 333 อำเภอที่เสี่ยงขาดน้ำ แต่มีแค่ 160 อำเภอ ได้งบกลาง อีก 271 อำเภอ ที่ไม่เสี่ยงขาดน้ำกลับได้งบประมาณ พื้นที่แล้งไม่ได้รับ พื้นที่ได้รับไม่ได้แล้ง ตรวจสอบลึกลงไปพบว่า งบโครงการภัยแล้งกระจายในพื้นที่ สส.พรรครัฐบาล อยู่ในพื้นที่ สส.เพื่อไทยมากสุด 1,662 โครงการ หรือร้อยละ 60 ของโครงการทั้งหมด  รวม 3,688 ล้านบาท รองมาคือ สส.ภูมิใจไทย 465 โครงการ 940 ล้านบาท และสส.กล้าธรรม 157 โครงการ 343 ล้านบาท โครงการภัยแล้ง ร้อยละ 94 วงเงิน 6,988 ล้านบาท อยู่ในพื้นที่ สส.รัฐบาล อีก ร้อยละ 6 อยู่ในพื้นที่ สส.ฝ่ายค้าน แค่ 466 ล้านบาท ที่สำคัญงบที่กระจุกตัวเฉพาะพื้นที่ สส.รัฐบาล มีการซอยงบประมาณไม่เกินโครงการละ 5 แสนบาท ถึง 1,907 โครงการ หรือ ร้อยละ 69 เพื่อเลี่ยงการประมูล เลือกผู้รับเหมาได้เองใช่หรือไม่ จังหวัดที่ซอยโครงการภัยแล้งมากสุด 5 อันดับคือ 1.เลย 2.ขอนแก่น 3.มหาสารคาม 4.กาฬสินธุ์ 5.สกลนคร โครงการที่ซอยงบมากสุดคือ การขุดลอกเจาะบ่อบาดาล ไม่ใช่โครงการขุดลอกเจาะบ่อบาดาลไม่สำคัญ แต่ควรใส่ในงบปกติ ไม่ใช่งบกลาง งบแก้ภัยแล้งใช้แก้ภัยแล้งจริงๆ หรือกระจายรายได้ให้บางกลุ่มที่อุปถัมภ์รัฐบาล คำถามที่รัฐบาลต้องตอบคือ เหตุใดงบกลางแก้ภัยแล้งจัดงบให้พื้นที่ไม่เสี่ยงภัยแล้ง ที่บังเอิญเป็นเฉพาะพื้นที่ สส.รัฐบาล ข่าวลือว่า งบภัยแล้งเป็นงบโควตา สส.รัฐบาลเป็นเรื่องจริงใช่หรือไม่.