การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 มีเรื่องน่าสนใจติดตาม ที่พูดกันมาคือ “งบประมาณส่วนรัฐสภา” ซึ่ง “สส.ต้า” ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) เคยจุดประเด็นเรื่องการใช้งบต่อเติมตกแต่งสภาแพง และยังต้องสร้างอาคารจอดรถแพง
การประชุมเมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้ใช้สิทธิชี้แจงเกี่ยวกับการขออนุมัติงบประมาณปรับปรุงสภาผู้แทนราษฎร ว่า “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ยกประเด็นงบประมาณสภาผู้แทนราษฎรจะมีการโกงกินคอร์รัปชั่น ต้องบอกว่า ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นเสาหลักของประเทศเราใช้งบ 8,000 กว่าล้าน ในส่วนของอาคารรัฐสภา เราเพิ่งตรวจรับงานช่วงกลางปี 2567 เราใช้ฟรีมา 5 ปี โดยไม่มีการซ่อมแซมหรือปรับปรุงใดๆ ทั้งสิ้น
“เมื่อรับมอบแล้วก็ต้องตั้งงบประมาณดำเนินการในส่วนที่ยังขาดอยู่ เช่น ที่จอดรถ เพราะที่จอดรถไม่พอ และสถานที่ใกล้เคียงก็ยังไม่พอ สาเหตุที่ไม่ก่อสร้างมาตั้งแต่แรกเพราะงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรที่ใช้ก่อสร้าง 20,000 กว่าล้าน ถูกตัดเหลือ 12,000 ล้าน เพื่อให้เกิดโครงของอาคารก่อน แล้วค่อยหาทางแต่งเติมให้สมบูรณ์ ดังนั้นเมื่อรับมอบงานแล้วก็ต้องหาทางทำให้สมบูรณ์ให้สมศักดิ์ศรีฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศ”

“ส่วนศาลาแก้วทั้ง 2 จุดมีบ่อน้ำล้อมรอบ ทำให้มีตะไคร่ขึ้นจนไม่มีใครเดินไปได้ บางส่วนก็เริ่มผุพังใช้ประโยชน์ไม่ได้ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงศาลาแก้วเพื่อให้สอดคล้องกับอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ที่กำลังจะนำมาประดิษฐานในช่วงปลายปีนี้ หรือไม่เกินต้นปีหน้า เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เราต้องทำ และถ้าทำแล้วก็สามารถตรวจสอบได้นี่บ้านของเราเอง ห้องฉายวีดิทัศน์ 4D อยากให้มีที่สภาแห่งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รู้ประวัติศาสตร์ และดื่มด่ำกับประชาธิปไตย ภูมิใจก่อนกลับบ้าน ถ้า สส.ไอติมเก่งจริง ไปตรวจสอบงบประมาณกระทรวงต่างๆ นี่บ้านของเราเองมีงบแค่ 8,000 ล้านจะมารื้อรั้วบ้านทำไม แน่จริงไปตรวจสอบงบประมาณกระทรวง ทบวง กรมที่มีเป็นแสนล้าน”

สส.ไอติมขอใช้สิทธิพาดพิงทันที ว่า นายพิเชษฐ์พูดประมาณว่างบประมาณยังไม่ผ่านสภา จะทุจริตได้อย่างไร ขอชี้แจงว่าการทุจริต การเอื้อพวกพ้อง ไม่ใช่ความเลวร้ายอย่างเดียวที่เกี่ยวข้องกับการจะทำงบประมาณ แต่การตั้งโครงการที่ไม่จำเป็น ตนคิดว่าก็เป็นความเลวร้ายอีกรูปแบบหนึ่งของการจัดทำงบประมาณ เช่น การตกแต่งฉากหลังบัลลังก์ มูลค่า 133 ล้านบาท เหมาะสมหรือไม่ ทำให้ทำงานดีขึ้นหรือไม่
นายพิเชษฐ์ ตอบโต้ทันทีว่า “ผมยืนยันปกป้องงบประมาณของสภาเต็มที่ ฉากหลังบัลลังก์นี้ ปูนเปลือยอยู่อย่างนี้นะครับ แล้วมีเส้นขีดอยู่เต็มไปหมด ไม่ทำตอนนี้จะทำตอนไหน มันเป็นศักดิ์ศรีของรัฐสภา ถ้ามันสวยมันดี เป็นหน้าเป็นตา เป็นเกียรติ วันนี้สภาผู้แทนราษฎร เป็นสภาที่เป็นเกียรติเป็นศักดิ์ศรีของประเทศ เป็นอันดับ 2 ของโลก ถ้าทำที่จอดรถครบแล้วจะเป็นอันดับ 1 ของโลก ใหญ่ที่สุด”
สส.ไอติม โต้กลับว่า มีงานวิจัยหนึ่งที่เขาเขียนมาว่ายิ่งห้องประชุมสภาในประเทศไหนมีขนาดใหญ่ มักจะเป็นประเทศที่คะแนนประชาธิปไตยไม่ค่อยสูงมากนัก ขนาดของห้องประชุมจึงไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด ตนจะยื่นใบสมัครเป็น กมธ.วิสามัญพิจารณางบประมาณปีนี้และจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ จะทำให้ทุกคนเห็นว่าห้องประชุมที่เราใช้กันอยู่ 2-3 เดือน ไม่ได้มีอะไรที่เป็นปัญหาที่ต้องปรับปรุงถึง 120 ล้านบาท

“สส.ต้า” ภัณฑิล น่วมเจิม อภิปรายถึงงบต่อเติมสภา ว่า โครงการโรงหนัง 4D งบ 180 ล้านบาท ทั้งที่โรงหนังไอแมกซ์ในห้างสรรพสินค้า ใช้งบลงทุน 50 ล้านบาท งบปรับปรุงศาลาแก้ว 113 ล้านบาท เพื่อกำจัดตะไคร่ให้กับพื้นที่ใช้สอย 100 กว่าตารางเมตร ที่ไม่เคยใช้ งบสร้างที่จอดรถ 4,284 ล้านบาท คิดเป็นค่าจอดช่องละ 1 ล้านบาท แพงกว่าตึก สตง. 2 เท่า แม้ยังไม่อนุมัติงบก่อสร้างให้ แต่ผู้บริหารของบประมาณออกแบบแล้ว ใช้วิธีโอนงบจากโครงการอื่น มาจ้างออกแบบ 105 ล้านบาท ยังพบโครงการทำคลังแสงอาวุธยุทธภัณฑ์ และระบบบริหารจัดการด้านอาวุธของตำรวจรัฐสภา วงเงิน 24 ล้านบาท จะสู้รัฐประหาร หรือปราบเรากันเอง
“รวมถึงยังของบอบรมสัมมนาแผนยุทธศาสตร์พัฒนาและเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เพิ่มขึ้น 6 เท่า ข้าราชการลำบากใจ แต่จะเอาให้ได้ กดดันจนข้าราชการต้องทำเป็นการอบรมสัมมนา ภายหลังเมื่อโดน ครม.ตัดงบส่วนนี้ ก็มีการขอแปรเพิ่ม ได้มาครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินที่ขอไป ได้งบมาแล้วไปตั้งคณะกรรมการดูแลโครงการ ชื่อย่อ “พ.” และเพื่อน สส.พรรคเดียวกัน จ.เชียงราย มีโครงการของสภาที่มีงบประมาณในทุกตำบล หมู่บ้าน ปีหนึ่งจัดสัมมนา 1,300 งาน มีคนกระซิบว่า เอาเงินไปก่อน ทำโครงการลงไป ให้เงินเหลือ เพื่อให้ถูกโยกไปใช้โครงการอื่น
ยังมีการจัดตั้งกองเกียรติยศ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภา ใช้ในงานพิธีต่างๆ อย่างเท่ จะจัดสวนสนามหรือทำอะไรกัน ขอถามว่า มีการโอนงบโครงการพัฒนายุวชนหรือไม่ ได้ยินมาว่า มีแผนโยกงบส่วนนี้ไปใช้ในโครงการก่อสร้างอีก ส่อทุจริต ต้องรีบจัดการ หลักฐานทั้งหมดนี้ สามารถพาท่านไปทานข้าวแถวสนามบินน้ำได้ เพราะถูกรางวัลทุจริตเจอกันที่ ป.ป.ช.”
นายพิเชษฐ์ ชี้แจงอีกครั้ง ว่า เรื่องคลังแสงสภานั้น วันนี้ตำรวจสภาทุกคนไม่มีอาวุธ หากมีผู้ก่อการร้าย ที่มีอาวุธครบมือ พวกเราตายหมด เมื่อเกิดเหตุ ไม่มีใครป้องกันตัวได้ สภาทั่วโลกมีกองเกียรติยศ คือ ตำรวจ ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ทั่วโลกมีหมด หากดูรัฐสภาลาววันนี้ยิ่งใหญ่กว่าเรา หากไม่ทำของเราให้พร้อม ก็คิดว่าไม่มีโอกาสจะทำอีก
นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายในงบประมาณของกระทรวงคมนาคม ว่า สำนักปลัดกระทรวงคมนาคม ปีนี้รับงบฯ ไปทั้งสิ้น 1,124 ล้านบาท เพิ่มเท่าตัวจากปีก่อนที่รับปีละ 600 ล้านบาท ส่วนต่างที่เพิ่มคือค่าก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคม แห่งใหม่ งบปี 69 จำนวน 574,800,000 บาท ผูกพันไปปี 70 จำนวน 1,628,600,000 บาท และปี 71 อีก 1,628,600,000 บาท รวมงบ 3 ปี 3,832 ล้านบาท มากกว่า ตึก สตง.ที่ถล่ม
ตึกใหม่คมนาคมจะอยู่ในโซน E ที่วางแผนจะให้เป็นสมาร์ท ซิตี้ คอมเพล็กซ์ 141.65 ไร่ รัฐบาลไม่เก่งพอจะพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ได้สำเร็จ ที่เกิดขึ้นจริงคือตึกราชการเพียบ เสียดายพื้นที่ทำเลทอง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม จะเอาไปสร้างตึกใหม่ให้กระทรวง จ้างออกแบบเสร็จ มี 22 ชั้น ห้องรัฐมนตรี อยู่ชั้น 22 ขึ้นไปดาดฟ้ามีลานจอด ฮ. อย่างเท่ ห้องรัฐมนตรีใหญ่มาก 65 ตารางเมตร หน่วยงานไม่ยอมส่งแบบมาให้ ฝากรัฐมนตรีทวงด้วย
ยังมีการทำห้องชั้น 9 ทะลุ ไปชั้น10 นี่คือโรงหนังหรืออะไร มีล็อบบี้ขนาดใหญ่ มีจอ LED ขนาดใหญ่ ระบบแสง สี เสียง ครบครัน เมื่อเปรียบเทียบขนาดห้องของคมนาคม กับตึก สตง. และ IMAX ICONSIAM จะเห็นว่าตึกคมนาคมอลังการ มีพื้นที่ 631 ตารางเมตร ใหญ่กว่า IMAX ICONSIAM เกือบเท่าตัว นอกจากนี้ ยังมีห้อง Conventional Hall (ห้องประชุม) ชั้น 8 จำนวน 500 ที่นั่ง ยังมีห้อง Meeting Room 719 ที่ชั้น 7 จะเอาไว้จัดคอนเสิร์ตอย่างไร แฝงตัวในคราบห้องประชุมขนาด 424 ตารางเมตร มีเวที ขนาด 31.5 ตารางเมตร มีจอ LED พร้อมแสงสีเสียงแบบจัดเต็ม แค่โคมไฟปาเข้าไป 1ล้านบาทแล้ว

ปิดท้ายกันที่นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ภายหลังคณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษเพื่อพิจารณา ตามมาตรา 25 แห่งพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ได้มีการประชุมไป 3 ครั้ง และส่งสรุปความเห็นแต่ละคนให้กับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข สภานายกพิเศษ เพื่อพิจารณาเมื่อวันที่ 27 พ.ค. นายสมศักดิ์ได้มีการทำหนังสือส่งถึงแพทยสภาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. เวลาประมาณ 16.00 น.
ทราบว่าเบื้องต้นว่า นายสมศักดิ์ส่งความเห็นกลับต่อมติของแพทยสภา ซึ่งมีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนแพทย์จำนวน 4 คน โดยมี 1 คน ที่ถูกยกคำร้อง อีก 3 คน ถูกลงโทษตักเตือน กับพักใช้ใบอนุญาต นายสมศักดิ์ก็ได้ให้ความเห็นกลับไปเป็นรายบุคคล มีทั้งส่วนที่เห็นด้วยกับมติแพทยสภา และมุมที่ให้แพทยสภาเอาไปพิจารณาด้วย เช่น เรื่องของกระบวนการ ซึ่งต้องรอฟังเหตุผลที่ รมว.สาธารณสุขวีโต้มติแพทยสภา และแพทยสภาจะเอาอย่างไรต่อ การจะประชุมเพื่อยืนยันมติแพทยสภา ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 หรือ 47 เสียง ท่ามกลางกระแสข่าวล็อบบี้ให้องค์ไม่ครบ.
“ทีมข่าวการเมือง”



