สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่า นางแทมมี บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงการที่รัฐบาลวอชิงตันระงับการพิจารณาวีซ่านักเรียนและนักศึกษา ซึ่งมีผลตั้งแต่สัปดาห์นี้ “จะไม่นานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน” พร้อมทั้งขอให้นักเรียนและนักศึกษาซึ่งประสงค์ยื่นคำร้องขอวีซ่า ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


ทั้งนี้ นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ อธิบายในเอกสาร ซึ่งส่งภายในกระทรวงการต่างประเทศ ว่ารัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการมีความเชื่อมั่นว่า บุคคลที่จะเข้ามาเรียนและแลกเปลี่ยนทางการศึกษาในสหรัฐ “มีความรู้และความเข้าใจในพื้นฐานว่าเกี่ยวกับกฎหมาย” และบุคคลนั้นต้อง “ไม่มีเจตนาเข้ามาก่ออาชญากรรม” ไม่ว่าจะเข้ามาศึกษาหาความรู้นานแค่ไหนก็ตาม โดยมาตรการตรวจสอบ อาจขยายไปถึงการตรวจสอบการใช้งานโซเชียลมีเดียของบุคคลนั้นด้วย


นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยที่สอง เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระงับการออกวีซ่านักเรียนแล้ว “หลายพันรายการ” หลังเกิดการประท้วงต่อต้านอิสราเอลครั้งใหญ่ ตามมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งของสหรัฐ เมื่อปีที่แล้ว โดยผู้ที่ถูกยกเลิกหรือปฏิเสธวีซ่าส่วนใหญ่ เกี่ยวข้องกับการประท้วงต่อต้านอิสราเอล และมีทัศนคติต่อต้านชาวยิว.

เครดิตภาพ : AFP