เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายจักรกฤษ (หรือเซ็น) วรวงศ์พาณิชกุล ชาว อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ว่าได้เข้าแจ้งความที่ สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กรณีถูก น.ส.พิมพ์ (หรือ น.ส.ไลลา) แอบอ้างปลอมไลน์ ทักไปหลอกลวง นายเอก (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจ โดยมีการแอบอ้างเบื้องสูง ในวงเงิน 3 ล้านบาท ซึ่ง นายเอก หลงเชื่อถึงขั้นขับรถมาเซ็นสัญญาร่วมลงทุนธุรกิจที่กรุงเทพฯ แต่ยังไม่ได้โอนเงินให้
หนุ่มชะอำงง! จู่ๆกลายเป็น ‘เจ้าบ่าวทิพย์’ เพื่อนเจ้าสาวโทรฯหาพิกัดงานแต่งวุ่น

จากนั้น นายเอก เริ่มไหวตัวทันและได้ติดต่อไปยัง นายจักรกฤษ ทางเฟซบุ๊ก จึงทราบความจริงว่าถูก น.ส.พิมพ์ หลอกให้ร่วมลงทุน เกือบต้องสูญเงิน 3 ล้านบาท ทำให้ นายเอก เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อเข้าแจ้งความเอาผิดกับ น.ส.พิมพ์ (หรือ น.ส.ไลลา)
นายจักรกฤษ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.พิมพ์ เคยนำชื่อตนไปแอบอ้างเป็น “เจ้าบ่าวทิพย์” มาแล้วครั้งหนึ่งจนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ โดยหลอกเพื่อนสาวของ น.ส.พิมพ์ ว่าจะแต่งงานกับตน ซึ่งในครั้งนั้นตนให้อภัยเพราะ น.ส.พิมพ์ ขู่จะฆ่าตัวตาย จึงสงสารและไม่ได้เอาเรื่องอะไร พร้อมกับเตือนไปแล้วว่าอย่าทำแบบนี้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ ก็ยังเกิดขึ้นอีกครั้ง โดย น.ส.พิมพ์ ได้เปิดไลน์ใหม่ปลอมว่าเป็นตน ไปหลอก นายเอก ให้เข้ามาร่วมลงทุน และแอบอ้างเบื้องสูง รวมถึงกล่าวอ้างว่าจะพาไปพบบอสใหญ่หรือผู้ใหญ่ ซึ่งตนไม่ทราบเรื่องมาก่อนและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเรื่องนี้เลย

นายจักรกฤษ กล่าวว่า ตนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการกระทำของ น.ส.พิมพ์ มีคนโทรศัพท์มาสอบถามเป็นจำนวนมาก และบางรายถึงขั้นกล่าวหาว่าตนเป็นมิจฉาชีพร่วมขบวนการ ซึ่งไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย เมื่อคืนที่ผ่านมา นายเอก ผู้เสียหายได้โทรศัพท์ไปสอบถาม น.ส.พิมพ์ ว่าทำไมถึงทำเช่นนี้ น.ส.พิมพ์ ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำจริง แต่ก็ยังให้คำตอบเดิมคือ “ไม่รู้เหตุผลว่าทำไปเพื่ออะไร” ผู้เสียหายจึงได้รวบรวมเอกสารหลักฐานเตรียมเข้าแจ้งความเอาผิดกับ น.ส.พิมพ์ แล้ว ส่วนสาเหตุที่ น.ส.พิมพ์ ทำเช่นนี้ ตนก็ไม่ทราบว่าทำไปเพื่ออะไร ครั้งแรกเรื่องแต่งงานทิพย์ก็เป็นข่าวดังไปแล้ว ตนให้อภัยคิดว่าจะกลับตัวได้ แต่กลับมาก่อเหตุอีก จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว



