นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟชานเมืองสายสีแดง (รถไฟฟ้าสายสีแดง) ให้สัมภาษณ์ “ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมกับ รฟฟท. ได้ติดตั้งราวกันตกบนชั้นชานชาลาของสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง วงเงินประมาณ 70 ล้านบาท เสร็จเรียบร้อยแล้ว 3 สถานี ได้แก่ สถานีจตุจักร สถานีบางเขน และสถานีวัดเสมียนนารี

เพื่อยกระดับมาตรฐานและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางให้กับผู้โดยสารทุกคน โดยดำเนินการมาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2568 และกำลังติดตั้งที่สถานีหลักสี่ คืบหน้าแล้วกว่า 40% คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ได้ทยอยติดตั้งราวกันตกทุกสถานีของรถไฟฟ้าสายสีแดง ทั้งช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน รวม 13 สถานี คาดว่าจะแล้วเสร็จครบทุกสถานีภายในเดือน ต.ค. 2568
จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารเข้าใกล้แนวทางวิ่งของรถไฟฟ้า เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการพลัดตกโดยอุบัติเหตุ การเป็นลมในชานชาลา หรือการสะดุดล้มจากการเร่งรีบ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการที่สิ่งของตกหล่นลงรางรถไฟฟ้า อาจกระทบต่อความปลอดภัย และการให้บริการได้
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า รฟท. และ รฟฟท. ยังมีแผนติดตั้งกันสาดบนชั้นชานชาลาเพิ่มเติมด้วย เพื่อป้องกันฝนสาดขณะที่ผู้โดยสารยืนรอใช้บริการ อยู่ระหว่างออกแบบ คาดว่าจะเริ่มติดตั้งภายในปี 2568 ทั้งนี้ได้มุ่งเน้นเพิ่มเติมบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวก ปลอดภัย และเกิดความพึงพอใจสูงสุด รวมถึงการขยายวันและเวลาเพิ่ม ให้ผู้โดยสารนำสัตว์เลี้ยงขึ้นรถไฟฟ้าสายสีแดงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 05.30-06.30 น., เวลา 10.00-17.00 น. และเวลา 21.00-24.00 น. จากเดิมขึ้นได้เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 05.30-24.00 น.

ปัจจุบันปริมาณผู้โดยสารสายสีแดงอยู่ที่ประมาณ 3.8-3.9 หมื่นคนต่อวัน 3 สถานีที่มีผู้โดยสารสูงสุด 1.สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ประมาณ 8,500 คนต่อวัน 2.สถานีดอนเมือง ประมาณ 5,000 คนต่อวัน 3.สถานีรังสิต ประมาณ 4,100 คนต่อวัน จากการประเมินตัวเลขผู้โดยสารสายสีแดง ของสถานีหลักสี่ เมื่อเปิดใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยาย จากสถานีเมืองทองธานี-สถานีทะเลสาบเมืองทองธานี ผู้โดยสารสถานีหลักสี่เพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากเดิม 3,700 คน เพิ่มเป็นประมาณ 4 พันคน



