สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ว่า องค์กรสิ่งแวดล้อม “กรีนพีซ” ยกย่องความเคลื่อนไหวของยูเออี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในตะวันออกกลาง แต่ดำเนินการแล้วในหลายสิบประเทศทั่วโลก โดยระบุว่าเป็น “ก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่สู่การเป็นผู้นำด้านสภาพอากาศในภูมิภาค”
ยูเออี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก เป็นเพื่อนบ้านของประเทศที่อุดมไปด้วยน้ำมันหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน และกาตาร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติชั้นนำ
Oil-rich UAE orders emissions monitoring in new climate lawhttps://t.co/kSiJaU8mbx
— AL-Monitor (@AlMonitor) May 31, 2025
ภายใต้กฎหมายใหม่ บริษัทต่าง ๆ จะต้องรายงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน โดยนางกีวา นาคัต กรรมการบริหารของกรีนพีซ มีนา (Greenpeace MENA) กล่าวว่าเป็น “ความเคลื่อนไหวที่ก้าวหน้า”
“การที่ยูเออีสร้างมาตรฐานการเฝ้าติดตามการปล่อยมลพิษ และการปรับตัวต่อสภาพอากาศ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค” นาคัต กล่าวในแถลงการณ์
ทั้งนี้ บริษัทภาครัฐและภาคเอกชน ต้องติดตามการปล่อยมลพิษเป็นประจำ และดำเนินการเพื่อลดมลพิษเหล่านี้ มิฉะนั้นพวกเขาอาจถูกปรับเงินสูงถึง 2 ล้านเดอร์แฮม (ราว 18 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม กรีนพีซระบุว่า ยูเออีจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยมลพิษที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนสำคัญ เช่น พลังงาน และการขนส่ง.
เครดิตภาพ : AFP



