เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ภายหลัง นายสิทธิศักดิ์ หรือ แบงค์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหา 1 ใน 6 คน รายสุดท้ายที่หลบหนี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ที่ สน.ท่าเรือ สอบสวนเบื้องต้น นายสิทธิศักดิ์ ให้การว่า ตนทำทุกอย่างเองโดยที่ไม่มีใครจ้าง โดยมีผู้ดูแลสนามฟุตซอลในพื้นที่เป็นคนคอยชี้เป้าให้ ส่วนผู้ต้องหาคนอื่น ตนก็ชักชวนไปทำ ไม่ได้ว่าจ้าง ส่วนเรื่องถอยรถชน รปภ. เสียชีวิต นายสิทธิศักดิ์ อ้างว่า ใส่เกียร์ผิด ไม่ได้ตั้งใจ อยากจะขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต
ด้าน พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า ทางตำรวจได้กดดันจนกระทั่งได้ตัวนายแบงค์ และกำลังขยายผลต่อว่าใครเป็นคนชี้เป้า โดยนายแบงค์มีหมายจับคดีปล้นของ สน.ท่าข้าม และล่าสุดเป็นหมายจับคดีของ สน.ท่าเรือ จากการซักถามนายแบงค์ ให้การว่า ก่อเหตุมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกได้บุหรี่ไฟฟ้ารวมมูลค่า 270,000 บาท ประมาณ 10,000 ชิ้น นำไปขายทางออนไลน์
ส่วนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งทุกครั้งจะมีคนในพื้นที่คอยชี้เป้าให้ ทำให้รู้ว่าตรงไหนเป็นที่เก็บบุหรี่ไฟฟ้า และมีความสนิทสนมกับนายแบงค์ ซึ่งตอนนี้ตำรวจทราบชื่อเล่นแล้ว เบื้องต้นทราบว่าเป็นคนนอกที่วนเวียนอยู่แถวที่เก็บของกลาง สำหรับบุหรี่ไฟฟ้าที่ขโมยมาได้นายแบงค์นำไปขายออนไลน์ ส่วนที่ขับรถชน รปภ. เสียชีวิต นายแบงค์ก็ยังยืนยันว่าเป็นการใส่เกียร์ผิดตอนชน ไม่ได้มีเจตนา แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ มองว่าเป็นข้อแก้ตัว
โดยหลังจากทำบันทึกจำกุมเสร็จแล้ว จะส่งมอบนายแบงค์ให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการสอบปากคำอย่างละเอียด แล้วจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุ ไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ ฝากขังภายในวันพรุ่งนี้พร้อมคัดค้านการประกันตัว



