เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่กลายเป็นไวรัลอย่างมากอยู่ในขณะนี้ หลังเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 68 มีผู้ใช้ TikTok@achitaya1 ได้ออกมาโพสต์เรื่องรางสุดเศร้า เมื่อเธอเผยประสบการณ์เยี่ยมบ้านนักเรียน ที่พบว่านักเรียนรายนี้ ถูกพ่อแม่ทิ้งตั้งแต่อายุเพียง 13 วัน ต้องเติบโตภายใต้การดูแลของตาทวดและยายทวด วัย 77 ปี ท่ามกลางความขาดแคลนแทบทุกด้าน อีกทั้งบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าใช้ ทำให้เด็กนักเรียนต้องรีบทำการบ้านก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะเมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำคืน ความมืดก็เข้าปกคลุมทั่วบ้าน หรือแม้แต่น้ำประปาที่ใช้ดื่ม อาบ และทำอาหาร คือน้ำจากคลองหลังบ้าน ซึ่งมีสภาพขุ่นและไม่สะอาด หลังคาบ้านทำจากสังกะสีเก่าๆ ที่ใช้ก้อนหินทับไว้เพื่อไม่ให้ปลิวในเวลามีพายุหรือฝนตก และเมื่อฝนตกหนัก น้ำจะรั่วไหลลงมาถึงที่นอนของเด็กทุกครั้ง
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “รีวิวการเยี่ยมบ้านนักเรียนที่เศร้าที่สุด นักเรียนโดนพ่อแม่ทิ้งตั้งแต่เกิดได้ 13 วัน เลยต้องอยู่กับยายทวด ตาทวด ที่อายุ 77 ปี ที่บ้านไม่มีทีวี ตู้เย็น และที่สำคัญคือ “บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้” การบ้านที่ทำได้เฉพาะก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะตอนกลางคืนไม่มีไฟใช้ หลังคาบ้าน คือ สังกะสีเก่าๆ ที่เอาหินมาวางทับ เพราะกันไม่ให้ปลิวตอนมีพายุ/ฝน ช่วงที่ฝนตกน้ำก็จะไหลที่นอนตลอด”
นอกจากนี้ “ไม่มีไฟฟ้าแล้ว ยังไม่มีน้ำด้วย ซึ่งน้ำที่ใช้ทำกับข้าว ใช้อาบน้ำ คือน้ำที่ตักจากคลองหลังบ้าน สีขุ่นมาเลย วันที่ 2 เลยกลับมาเยี่ยมอีก พร้อมซื้อของกิน ของใช้ที่จำเป็นมาให้ พอตายายเห็นครูซื้อมาให้ ก็ไหว้ขอบคุณ แล้วอวยพรให้ใหญ่เลย อยากบอกว่ายายไม่ต้องอวยพร หรืออะไรครูเลย แค่ตายายใช้ชีวิตให้ดี อยู่กับหลานไปนานๆ ก็พอ แค่นั้นครูก็ดีใจมากแล้ว”
“เราก็ช่วยเท่าที่เราช่วยได้ อยากให้ตายายและนักเรียน มีชีวิตที่ดีขึ้น มีน้ำดีๆ กิน มีไฟไว้ใช้ส่องตอนกลางคืน ใจจริงอยากช่วยมากกว่านี้ แต่ไม่รู้ต้องทำยังไง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลช่วยเหลือหน่อย เพราะยุคนี้มันไม่ควรมีบ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้แล้วมั้ย”
อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างบอกว่า “หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยตอนเป็นข่าวค่ะ, รอเปิดรับบริจาคนะคะ, คุณตาคุณยายเปิดรับบริจาคมั้ยคะ, ถ้าเปิดรับบริจาคแจ้งทีนะคะคุณครู” อีกด้วย..
ขอบคุณข้อมูล : TikTok@achitaya1
คลิกเพื่อชมคลิป












