เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. จากกรณีเรือสินค้า “MV.AYAR LINN” สัญชาติเมียนมา เกยแนวปะการังที่อ่าวจาก อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งพบปะการังเสียหายพื้นที่ประมาณ 150 ตารางเมตรนั้น

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า หลังจากส่งเจ้าหน้าที่ดำน้ำลงไปสำรวจความเสียหายแล้ว เตรียมจะต้องกู้เรือออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็ว โดยกรมอุทยานฯ ขอรับการสนับสนุนจากกองทัพเรือภาคที่ 3 จ.ภูเก็ต จะนำเรือหลวงปันหยี เข้ามาช่วยในการกู้เรือออกจากบริเวณแนวปะการัง โดยจะมีการประชุมในวันที่ 6 มิ.ย. เพื่อพิจารณาหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกู้เรือ

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงมรสุม ทะเลมีคลื่นลมแรง จึงทำให้ต้องดำเนินการกู้เรือลำดังกล่าวออกไปให้เร็วที่สุด เพราะกระแสคลื่นลมอาจส่งผลให้ตัวเรือแกว่งไปมาจนทำให้แนวปะการังได้รับความเสียหายเพิ่มเติมได้

“เบื้องต้นคาดว่าจะมีการกู้เรือขนส่งสินค้าภายใน 1 สัปดาห์ เร็วสุดจะเริ่มภารกิจ 9 มิ.ย.นี้ โดยจะใช้การดันให้เรือลอยขึ้นเพื่อลดความเสียหายต่อแนวปะการังเพิ่มเติม” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ในการเข้าไปกู้เรือ จะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ต้องรอเวลาน้ำนิ่ง เพื่อที่จะต้องใช้เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ช่วยกันประคับประคองตัวเรือและค่อยๆ ลากออกไปตามแนวปะการังที่เสียหายเดิม ส่วนข้อกังวลเรื่องน้ำมัน 7,000 ลิตรในท้องเรือ อาจเสี่ยงรั่วไหลของน้ำมันนั้นยังไม่พบ เนื่องจากในขณะที่เรือเข้ามาเกยตื้น ไม่ได้อยู่ในระหว่างเครื่องยนต์ของเรือกำลังติดอยู่ แต่มีการดับอยู่แล้ว จึงทำให้น้ำมันยังอยู่ในตัวเรือ แต่อย่างไรก็ตามได้ใช้ทุ่นกักน้ำมันเชื้อเพลิงมาล้อมรอบตัวเรือไว้ เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบอีกชั้นหนึ่ง

นายอรรถพล กล่าวว่า ส่วนเรื่องของการเก็บขยะภายในเรือที่หลุดลอยออกมาก็จะทำคู่ขนานไปกับตอนกู้เรือ แต่ที่น่ากังวลสุดคือการเก็บกู้ถุงปูนซีเมนซ์กว่า 3,000 กระสอบ หรือ 150 ตัน ภายในเรือออกมา เพราะมีปริมาณมาก อีกทั้งปะการังที่เกิดการแตกหัก ต้องปล่อยให้ฟื้นฟูด้วยตัวมันเองตามธรรมชาติ เบื้องต้นได้หารือกับนักวิชาการกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ว่าอาจจะมีการช่วยปลูกปะการังเสริมเข้าไป หรือหาวิธีช่วยให้ธรรมชาติในการฟื้นฟู เช่น การต่อปะการังที่แตกหักกลับเข้าไป เพื่อให้เกิดการฟื้นตัวได้ไวขึ้น ซึ่งเชื่อว่าอาจจะใช้เวลา 1-2 ปี ก็น่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะปะการังสีน้ำเงิน เพราะพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย 150 ตารางเมตร

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินคดี ตอนนี้ยังไม่เจอตัวเจ้าของเรือตัวจริง แต่ทราบว่ามีตัวแทนจากประเทศไทยเข้าไปพูดคุยกับพนักงานสอบสวนแล้วในเบื้องต้น.