สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ว่า ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ ว่าคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในการห้ามการเดินทางเข้าสู่สหรัฐ ของพลเมืองจาก 12 ประเทศ ได้แก่ อัฟกานิสถาน เมียนมา ชาด สาธารณรัฐคองโก (คองโก-บราซาวีล) อิเควทอเรียลกินี เอริเทรีย เฮติ อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน และเยเมน มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อเวลา 00.01 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 9 มิ.ย. (11.01 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

นอกเหนือจากนั้น รัฐบาลทรัมป์ยังมีคำสั่ง “จำกัด” การเดินทางเข้าสู่สหรัฐ ของพลเมืองจากอีก 7 ประเทศ ซึ่งหมายถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการออกวีซ่า “มากเป็นพิเศษ” ได้แก่ บุรุนดี คิวบา ลาว เซียร์ราลีโอน โตโก เติร์กเมนิสถาน และเวเนซุเอลา ซึ่งมีผลพร้อมกัน

มาตรการดังกล่าว ยกเว้นเฉพาะ นักการทูตและครอบครัว นักกีฬาซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกในปีหน้า ซึ่งสหรัฐเป็นเจ้าภาพร่วมกับเม็กซิโกและแคนาดา และนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก ที่นครลอสแอนเจลิส ในปี 2571

ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า เหตุผลหลักของการออกมาตรการนี้ เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงภายในประเทศ ซึ่งอาจมาจากชาวต่างชาติ “ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเหมาะสม”

อนึ่ง ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลทรัมป์ ห้ามพลเมืองจากประเทศหนึ่งประเทศใดอย่างจำเพาะเจาะจง ในการเดินทางเข้าสหรัฐ ย้อนกลับไปในยุครัฐบาลทรัมป์สมัยแรก เมื่อปี 2560 ผู้นำสหรัฐห้ามการเข้าประเทศของพลเมืองจากอิหร่าน ลิเบีย ซีเรีย เยเมน และโซมาเลีย แล้วเพิ่มเกาหลีเหนือ เวเนซุเอลา และชาด ในเวลาต่อมา.

เครดิตภาพ : AFP