สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ว่าการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ คอมมูนิเคชันส์ พบว่า ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพนกวินจักรพรรดิในพื้นที่ 16 แห่งในคาบสมุทรแอนตาร์กติกา ทะเลเวดเดลล์ และทะเลเบลลิงส์เฮาเซน ลดลง 22%

เทียบเท่ากับการประมาณการก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่า จำนวนเพนกวินในอาณานิคมลดลง 9.5% ทั่วทั้งทวีปแอนตาร์กติกา ระหว่างปี 2552-2561

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาณานิคมเพนกวินบางแห่งสูญเสียลูกไปทั้งหมด เนื่องจากน้ำแข็งที่ยุบตัวลง ส่งผลให้ลูกเพนกวินที่เพิ่งฟักออกมา ตกลงไปในทะเล

นายปีเตอร์ เฟรตเวลล์ นักวิจัยผู้เขียนรายงานชิ้นนี้ กล่าวว่า การวิจัยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า เพนกวินมีจำนวนลดลง นับตั้งแต่เริ่มติดตามเมื่อปี 2552 ซึ่งถือเกิดขึ้นก่อนที่ภาวะโลกร้อนจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อแผ่นน้ำแข็งในภูมิภาคนี้

https://twitter.com/abcnews/status/1932648993319719206

ทั้งนี้ มีแนวโน้มว่า สาเหตุหลักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากภาวะโลกร้อนก่อให้เกิดความท้าทายต่อเพนกวิน เช่น ปริมาณน้ำฝนที่สูงขึ้น หรือการบุกรุกจากสัตว์นักล่า

เฟรตเวลล์กล่าวว่า เพนกวินจักรพรรดิอาจเป็นตัวอย่างชัดเจนที่สุด สำหรับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากประชากรที่ลดลงไม่ได้เกิดจาก “การตกปลา การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย หรือมลพิษ” แต่เป็นเพราะอุณหภูมิของน้ำแข็งที่เปลี่ยนแปลง

มีความหวังว่า เพนกวินอาจอพยพไปทางใต้มากขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่า “พวกมันจะอยู่ได้นานแค่ไหน” แต่มีแบบจำลองคอมพิวเตอร์ของเฟรตเวลล์คาดการณ์ว่า เพนกวินจักรพรรดิ “เสี่ยงสูญพันธุ์ภายในสิ้นศตวรรษนี้” หากมนุษย์ไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES