เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. เวลา 19.45 น. นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า
ตามที่ช่วงเช้าของวันที่ 13 มิ.ย. 2568 อิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อหลายเป้าหมายในอิหร่าน ขณะเดียวกัน ทางการอิสราเอลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ โดยเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีตอบโต้ของอิหร่านที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ต่อมา ในช่วงสายของวันเดียวกัน อิหร่านได้ส่งอากาศยานไร้คนขับมากกว่า 100 ลำ มุ่งหน้าไปยังอิสราเอลแล้ว ทั้งนี้ อิสราเอลประกาศปิดน่านฟ้าจนกว่าจะมีประกาศใดๆ เพิ่มเติม ดังนั้น ตามที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านสูงขึ้น กระทรวงการต่างประเทศจึงมีความเป็นห่วงต่อชาวไทยในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง และขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ได้ประสานกับประธานสมาคมคนไทยและชุมชนไทย ซึ่งยังไม่พบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงขอให้คนไทยทุกคนในอิหร่านพกเอกสารเดินทางติดตัวไว้ในกรณีจำเป็น อีกทั้ง สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ได้จัดทำประกาศแจ้งเตือนคนไทยให้เตรียมความพร้อมรวมถึงแนวปฏิบัติในภาวะฉุกเฉิน
นายนิกรเดช กล่าวอีกว่า กระทรวงการต่างประเทศขอให้ชาวไทยตื่นตัวและติดตามการประกาศและการแจ้งเตือนต่าง ๆ ของสถานเอกอัครราชทูตไทยในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด โดยขอให้ประชาชนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่ดังกล่าว หากไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง หรือพิจารณาออกจากพื้นที่หากยังมีเที่ยวบินที่ดำเนินการอยู่ และในกรณีฉุกเฉิน คนไทยสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือเร่งด่วนได้ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่างๆ ทุกแห่ง ทั้งนี้ ประเทศไทยมีความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง และขอให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจเพื่อมิให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยกระทรวงการต่างประเทศจะติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่กรณีจำเป็น โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนอพยพชาวไทยกรณีฉุกเฉินไว้แล้ว และพร้อมดำเนินการตามสถานการณ์โดยทันที



