เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 15 มิ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ที่มีนายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สส.อุดรธานี พรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ด้วย และมีการประกาศบนเวทีตอนหนึ่งว่ามีความสนิทสนมกัน ว่า นี่คือการเมืองยุคใหม่ เราจะมาบอกว่าคนที่ไม่ใช่พรรคเดียวกันเราไม่สนใจไม่ได้ เพราะเราเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี ต้องให้ความสนใจกับเสียงของประชาชนทุกคน สส.คนไหนที่นำความต้องการของประชาชนมาแจ้ง ก็พร้อมที่จะลงพื้นที่กับทุกคน เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาให้ เพราะเป็นงบประมาณของหลวง ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดนี่คือการทำงานของตน
เมื่อถามว่า จากนี้จะมี สส.จากพรรคอื่นมาร่วมงานเพิ่มอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขออย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนั้น เพราะการเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้น เพราะถ้ารัฐบาลนี้อยู่ครบเทอม ก็ไปถึงปี 70 โน่น มีเวลาเหลือเฟือในการตัดสินใจ ที่จะร่วมงานทางการเมืองกัน หรือถ้ามีเหตุยุบสภาก่อน ก็ยังมีเวลา 30 วันที่ สส.จะคิดย้ายสังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ดูแล้วยังไม่เห็นรัฐบาลไหนที่ปล่อยให้มีการหมดอายุของสภา โดยที่ไม่ได้ยุบสภาก่อน เพราะการขับเคลื่อนใดๆ อาจจะติดอุปสรรค ต้องใช้เวลา 90 วันเป็นอย่างต่ำ ส่วนใหญ่นายกฯ จะเลือกการยุบสภาก่อนจะสั้นหรือจะยาว หรือจะอยู่จนหมดสมัยก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของท่าน
เมื่อถามว่า นายกฯ จะชิงยุบสภาก่อนเพื่อความได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เขาก็ไปจนครบจนถึงเดือนหรือสองเดือนสุดท้ายก่อนหมดสมัยก็ยุบสภาซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ ก็ถือว่านั่นครบแล้ว เพียงแต่การดำเนินการทั้งหลายจะมีความคล่องตัวและสะดวกขึ้น
เมื่อถามว่า คณิตศาสตร์ทางการเมืองหากดูจากตัวเลข สส.ในมือ หลังประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน หากหลุดจากเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน กล่าวว่า การเมือง หรือการฟอร์มรัฐบาล อย่าไปมองเป็นคณิตศาสตร์ เพราะประชาชนเขาไม่ได้เรียนคณิตศาสตร์ด้วย เขาต้องการว่าใครทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้มากที่สุด การเมืองเป็นเรื่องของการเมือง ตนไม่ได้คำนึงถึงว่าใครจะมีคณิตศาสตร์ ตนไม่ได้ไปคำนึงถึงว่าใครจะไปมีคณิตศาสตร์ บวก ลบ คูณ หารเท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับทำงานให้กับประชาชนได้เท่าไหร่ การทำงานอยู่ร่วมกันก็ต้องจริงใจ ความเข้าใจ มีเจตนารมณ์ร่วมกัน ที่จะทำงานรับใช้ชาติบ้านเมือง รับใช้แผ่นดิน รับใช้ประชาชน ถ้าเรารวมกันได้เราเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง อย่าเอาใครคนใดคนหนึ่งเป็นที่ตั้ง
เมื่อถามต่อว่า หลังจากที่แสดงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยที่พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ได้พูดคุยกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ แล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คุยเรื่องงานอย่างเดียว เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ยังไลน์รายงานสถานการณ์ต่างๆ ให้นายกฯ รับทราบ แต่ยืนยันว่า ไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องการปรับ ครม. แต่อย่างใด
เมื่อถามว่า กระแสข่าวที่ระบุว่า นายอนุทินได้ไปร่วมรับประทานอาหารกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายอนุทิน ถึงกับร้องฮะ ก่อนกล่าวยืนยันว่า เมื่อไหร่ ไม่มี ตนรับประทานอาหารกับนายทักษิณ ครั้งล่าสุดเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
เมื่อถามว่า จะเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค สส. และรัฐมนตรีของพรรคในเย็นวันที่ 16 มิ.ย. นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เป็นวาระการประชุมปกติประจำสัปดาห์ ขณะนี้ใกล้เปิดสมัยประชุมสภาและขณะนี้เราเป็นกรรมาธิการต้องมาหารือกันที่จะปกป้องงบประมาณ ในส่วนที่กระทรวง ทบวง กรมที่พรรคภูมิใจไทยดูแลอยู่ให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อประโยชน์ของประชาชน
เมื่อถามว่า จะมีการแจ้งท่าทีของพรรคในการร่วมรัฐบาลให้ สส.รับทราบหรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่มี เพราะเรื่องสภาก็เป็นเรื่องของสภา การบริหารราชการแผ่นดินก็เป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรี จะได้ไม่ต้องเอาความกังวลไปให้กับ สส. เขาจะได้ทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรรับใช้ประชาชน ให้เลือกเขามาอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง การปรับ ครม. ที่อยากให้ปรับกระทรวงกลาโหมมากที่สุด และกระทรวงมหาดไทยอยู่ในลำดับที่ 12 นายอนุทิน กล่าวว่า โพล มหาวิทยาลัยมหิดล โชคดีของตนอยู่ท้ายหน่อย โพลแบบนี้อยากอยู่ท้ายๆ ไม่อยากอยู่ 1 ใน 5 ก็ดีที่กระทรวงของพรรคภูมิใจไทย ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ ให้คะแนน กับการทำงานของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนในฐานะหัวหน้าพรรค ได้กรุณาให้ตนอยู่ในลำดับท้ายๆ เท่ากับแสดงให้เห็นว่าพวกเราทำงาน
เมื่อถามต่อว่า สวนทางกับการทำงานทางการเมืองหรือไม่ พรรคภูมิใจไทยถูกขย่มเรื่องเก้าอี้กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน กล่าวว่า เสียงของประชาชนศักดิ์สิทธิ์ และถูกต้องมากกว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ทางการเมือง เพราะตรงนั้นเราไม่รู้ว่ามีอคติ หรือมีความโน้มเอียงใดๆ บ้าง เราต้องฟังเสียงจากประชาชน ถึงบอกว่าต้องฝากผู้สื่อข่าวไปกราบขอบคุณประชาชนจากโพลมหิดล เพราะอย่างน้อยเป็นขวัญและกำลังใจของคนทำงาน
เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่ทำตามโจทย์ของประเทศแก้ไขปัญหาชายแดนก่อน แต่ตอนนี้กลับมุ่งไปที่การปรับ ครม.เป็นหลัก นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง และเชื่อว่า นายกฯ ก็เอาประชาชนเป็นที่ตั้งเหมือนกันอยู่แล้ว คนก็พูดแต่เรื่องการปรับ ครม. นายกฯ ไม่เคยเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว ยังไม่เคยหารือ ผู้สื่อข่าวก็ถามว่า เดี๋ยวก็จะปรับแล้ว แต่ตนก็ยังหารือกับนายกฯ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ท่านก็ยังสั่งงาน อวยพรให้เดินทางปลอดภัย แล้วช่วงนี้นายกฯ ก็เดินทางเยอะ มท. 1 ก็เดินทางเยอะ ก็ให้กำลังใจในการทำงานของกันและกัน
เมื่อถามว่า ยังเชื่อมั่นและเชื่อใจนายกฯ แพทองธาร อยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เชื่อมั่น และเชื่อใจนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เสมอ
เมื่อถามว่า ผลสำรวจประชาชน ที่ระบุว่าเชื่อมั่นกองทัพในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชามากกว่ารัฐบาล จะเป็นการสะท้อนภาวะผู้นำหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องมองทุกอย่างให้เป็นบวกหมด วันนี้อย่าไปมองอะไรเพื่อให้มันแตกแยก ถ้าเป็นเรื่องการป้องกันอริราชศัตรู การรักษาอธิปไตยของบ้านเมือง ตอนนี้เรามีกองทัพ แต่กองทัพทำตามนโยบายของรัฐบาลถูกไหม ซึ่งนโยบายรัฐบาลผ่าน สมช. และในเรื่องการบริหารราชการชายแดนขอให้เป็นการตัดสินใจของกองทัพ ก็มอบไปที่แม่ทัพภาคที่ 2 ทุกอย่างมีการมอบเป็นทอดๆ สิ่งที่เราควรจะต้องทำก็คือ การสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานทุกรูปแบบอย่างเต็มกำลัง เรื่องในชายแดน เป็นเรื่องของทหารและกองทัพ รัฐบาลก็สนับสนุนกองทัพอย่างเต็มที่ กระทรวงมหาดไทย ในฐานะฝ่ายปกครอง ก็อยู่ในพื้นที่ด้วยให้การสนับสนุน ระวังหลังให้ มหาดไทยเป็นบ้าน ทหารเป็นรั้ว ตามสโลแกนของนายกรัฐมนตรี เราต้องทำบ้านให้เรียบร้อยเพื่อที่รั้วของเราจะได้มีความปลอดภัย
เมื่อถามว่า ที่กัมพูชาหันปลายกระบอกปืนมายังฝั่งไทย ในฐานะกระทรวงมหาดไทยจะช่วยสนับสนุนงานอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ทหารเขามีวิธีการที่จะป้องกันอันตรายอยู่แล้ว ตนคิดว่า คนที่ไม่มีหน้าที่ในเรื่องนี้อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์หรือให้ความเห็นใดๆ ทหารมีแผนเผชิญเหตุรองรับ แผนการปะทะแผนการรุกทุกรูปแบบอยู่แล้ว ต้องเชื่อมั่นในแสนยานุภาพของกองทัพ และตนเชื่อมั่น พร้อมขออย่าไปเพิ่มปัญหาใดๆ ให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงมากขึ้น และต้องให้การสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด และเกิดความปลอดภัยสูงสุด



