เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุม กอ.รมน.สุราษฎร์ธานี ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ท.อนุสรณ์ โออุไร แม่ทัพน้อยที่ 4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างชาวบ้านกลุ่มไทดำ หรือ ไทดำ บ้านทับชัน กับหน่วยงานราชการ เกี่ยวกับการแย้งสิทธิครอบครองที่ดิน และทำประโยชน์ในที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน หรือ น.ส.ล. ทุ่งปากขอสาธารณประโยชน์ หมู่ 1 บ้านควนท่าแร่ ต.ทรัพย์ทวี อ.บ้านนาเดิม

โดยล่าสุด องค์การบริหารส่วนตำบลทรัพย์ทวี ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลที่ดินสาธารณประโยชน์ ได้ร้องขอให้ กอ.รมน.ภาค 4 เข้าดำเนินการพิสูจน์ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับข้อพิพาท หลังกลุ่มชาวไทดำ ได้รวมตัวกันประท้วงคำสั่งนายอำเภอบ้านนาเดิม ให้ผู้ที่บุกรุกพื้นที่สาธารณะ รื้อถอนผลอาสินและสิ่งปลูกสร้าง หลังศาลปกครองมีคำพิพากษายกฟ้อง ให้รัฐชดเชยผลอาสินจากโครงการก่อสร้างแก้มลิง ทุ่งปากขอ ขณะที่เครือข่ายไททรงดำ อ้างรายงานการตรวจสอบ ของคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการแก้ไขปัญหาที่สาธารณประโยชน์และที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้างของกระบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ว่า การออกเอกสาร น.ส.ล. เลขที่ 30977 เป็นการออกเอกสารที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากตำแหน่งเดิมที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้เมื่อปี 2475 แต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่ดำเนินการเพิกถอน โดยในการประชุมมี พ.อ.ฐิติพงษ์ อินวะสา รอง ผอ.รมน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี, นายเนติพล ชุมยวง ผอ.ป.ป.ช.ประจำจังหวดสุราษฎร์ธานี, นายยืนยง คิดถูก นายอำเภอบ้านนาเดิม, นายมนูญกฤช ทองขโชติ เจ้าพนักงานที่ดิน จ.สุราษฎร์ธานี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยในที่ประชุม มี พ.อ.ดุสิต เกษรแก้ว หัวหน้าชุดตรวจสอบคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 4 ได้นำเสนอรายงานผลการตรวจสอบพื้นที่ น.ส.ล. เลขที่ 30977 โดยอ้างอิงข้อมูลแผนที่และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าการออกเอกสารสิทธิเป็นไปตามขั้นตอน และอยู่ในเขตพื้นที่ที่ถูกต้อง พร้อมทั้งได้ส่งมอบเอกสารทั้งหมดต่อคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการแก้ไขปัญหา รวมถึงเข้าให้ข้อมูลกับ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์และเอกชนปล่อยทิ้งร้าง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย มีกำหนดการลงพื้นที่ในวันที่ 20 มิถุนายนนี้

พ.อ.ดุสิต กล่าวว่า คณะทำงานฯ ได้ใช้เวลาเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงสืบค้นการเปลี่ยนแปลงย้ายเขตการปกครอง ของ อ.บ้านนาเดิม ตั้งแต่ พ.ศ. 2464 สอบสวนปากคำพยานบุคคล นำมาประกอบกับแผนที่ทหารตั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน แล้วนำมาตรวจสอบร่วมกับภาพถ่ายทางอากาศ ในแต่ละชั้นปี และแผนที่ทหาร ของกรมแผนที่ทหาร ทำให้ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า ที่ น.ส.ล. แปลงที่ 30977 ป็นการออกเอกสารที่ถูกต้องตรงแปลง และไม่ได้ผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม ที่สงวนไว้ตั้งแต่ปี 2475 และยังพบหลักฐานการเข้าบุกรุกเข้าไปทำประโยชน์ของราษฎร ในห้วงปี 2527 ถึง 2538

ขณะที่นายเนติพล ชุมยวง ผอ.ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ป.ป.ช. ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีกลุ่มคนร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีความพยายามในการออกเอกสารสิทธิในที่ดินสาธาณะแปลงดังกล่าว การตรวจสอบของ กอ.รมน. จะเป็นหลักฐานสำคัญที่จะใช้ยืนยันในความถูกต้อง และเป็นการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้มีความพยายามปกป้องที่ดินของรัฐอย่างเต็มที่แล้ว

ทางด้าน พล.ท.อนุสรณ์ กล่าวเน้นย้ำ การทำงานตรวจสอบข้อเท็จโดยคณะทำงานฯ ทาง กอ.รมน. จะส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประกอบการแก้ปัญหา รวมถึงชั้นศาล แต่ขอให้ทุกหน่วยงานดำเนินการด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และยึดมั่นในข้อเท็จจริงทางกฎหมาย เพื่อคลี่คลายปัญหาอย่างเป็นธรรม พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานระดับจังหวัดเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่อย่างยั่งยืน