เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการโรงพยาบาลตากสิน ประจำปี 2568 ครั้งที่ 21 และร่วมเสวนาหัวข้อ Innovative Integration of Technology and Patient Care โดยมี พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผอ.สำนักการแพทย์ พญ.อัมพร เกียรติปานอภิกุล ผอ.โรงพยาบาลตากสิน คณะผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องร่วมงาน

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เทคโนโลยีช่วยในหลาย ๆ เรื่องได้เป็นอย่างมาก และเทคโนโลยีช่วยให้แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข สามารถปฏิบัติงานได้อย่างแคล่วคล่องว่องไวขึ้น ความถูกต้องและความแม่นยำจะเพิ่มขึ้นพร้อมกัน เพราะฉะนั้นการที่เรามีนวัตกรรมจึงช่วยเรื่องนี้ได้ แพทย์สามารถทำงานได้อย่างมั่นใจ ประชาชนหรือผู้ป่วยก็จะได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยีมากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องนวัตกรรมเป็นหนึ่งในประเด็นยุทธศาสตร์ของด้านสุขภาพดี ที่เร่งให้โรงพยาบาลดำเนินการ สำหรับประชุมในครั้งนี้คาดว่า จะได้ทั้งคำตอบเพื่อจะช่วยให้การทำงานของเทคโนโลยีดีขึ้นทั้งในโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลเล็กที่ต้องการพัฒนาอยู่ และนำไปสู่การทำให้ระบบการทำงาน กติกา ข้อมูล และการดูแลประชาชนให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ทั้งนี้ โรงพยาบาลตากสิน เป็นโรงพยาบาลตติยภูมิระดับสูง สังกัดสำนักการแพทย์ กทม. ปัจจุบัน ได้พัฒนาระบบการให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยอย่างมีมาตรฐานการรักษาตามแนวทางปฏิบัติเพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้รับบริการ จึงมีการพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้ก้าวทันยุคสมัยก้าวทันเทคโนโลยี ให้มีความพร้อมใช้สำหรับเครื่องมือใหม่ ๆ ในอนาคต

ซึ่งในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในระบบสาธารณสุข สามารถวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ที่ซับซ้อน ประกอบกับการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์และการบริการที่ทันสมัยเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การวินิจฉัยโรคด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) การรักษาแบบแม่นยำ (Precision Medicine) ไปจนถึงการติดตามสุขภาพผ่านอุปกรณ์อัจฉริยะและระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) โดยสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ยกระดับคุณภาพการรักษา แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการดูแลผู้ป่วยอย่างทั่วถึง ปลอดภัย และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

โดยการจัดประชุมวิชาการประจำปี 2568 ในครั้งนี้นับเป็นการวางรากฐานการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีองค์ความรู้ที่ทันสมัย สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาตนเอง องค์กร และสังคม โดยผู้เข้าร่วมประชุมมาจากสหสาขาวิชาชีพทางการแพทย์ ประกอบด้วย ข้าราชการกรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการแพทย์ สังกัดสำนักอนามัย องค์กรจากภาครัฐ ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน เครือข่ายพันธมิตร จำนวนทั้งสิ้น 250 คน รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4-6 จากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้เปิดการเรียนรู้พูดคุยซักถามจากแพทย์ผู้ชำนาญการต่าง ๆ ได้ และเข้าร่วมการแข่งขันตอบปัญหาทางวิชาการด้านการแพทย์ “White Coat Warriors”