สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ว่า ที่ประชุม 32 ประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ออกแถลงการณ์ร่วม ระบุการเห็นชอบเพิ่มสัดส่วนการใช้จ่ายด้านงบประมาณให้ได้ 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2578 จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 2%
ทั้งนี้ คำมั่นสัญญาเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมของสมาชิกนาโตตลอดช่วง 10 ปีนับจากนี้ แบ่งเป็น การที่สมาชิกต้องเพิ่มการจ่ายเงินสมทบเข้าสู่งบประมาณส่วนกลางของนาโตเป็นอย่างน้อย 3.5% ของจีดีพีประเทศตัวเอง และการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงไม่เกิน 1.5% ของจีดีพี
ขณะเดียวกัน สมาชิกนาโตยืนยัน “ความมุ่งมั่งอย่างแข็งแกร่ง” ตามมาตรา 5 ของนาโต ที่ว่า หากสมาชิกประเทศใดประเทศหนึ่งเผชิญกับการโจมตีทางทหาร หมายความว่า สมาชิกทั้งหมดถูกโจมตีเช่นกัน และต้องให้ความช่วยเหลือประเทศที่ถูกโจมตี
President Trump: "In a very historic milestone this week, the NATO allies committed to dramatically increase their defense spending to that 5% of GDP." pic.twitter.com/DSdqX9ErR5
— CSPAN (@cspan) June 25, 2025
นอกจากนี้ สมาชิกนาโต “ยืนหยัดด้วยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” ต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงและความท้าทายด้านความมั่นคงที่ร้ายแรง โดยเฉพาะภัยคุกคามระยะยาวจากรัสเซีย ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของยูโร-แอตแลนติก และประเทศพันธมิตรยืนยันต่อพันธกรณีอธิปไตยของตน ในการให้การสนับสนุนยูเครนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความมั่นคงของยูเครน มีส่วนสำคัญต่อความมั่นคงของสมาชิกนาโตในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า เนื้อหาของแถลงการณ์ไม่มีการประณามรัสเซียโดยตรง เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ซึ่งแตกต่างจากแถลงการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งร่วมลงนามในแถลงการณ์ฉบับดังกล่าว กล่าวว่า การเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมของสมาชิกนาโตทั้งหมด “เป็นชัยชนะของสหรัฐ” ที่ผลักดันเรื่องนี้มานาน และเตือนบางประเทศ “ที่มีปัญหา” กับเรื่องนี้ “อาจต้องเผชิญกับมาตรการชดใช้ด้วยการค้า”.
เครดิตภาพ : AFP



