เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.68 แหล่งข่าวระดับสูงหน่วยความมั่นคง เปิดเผยถึงกรณีคำกล่าวอ้างของสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และประธานองคมนตรีกัมพูชา มีอาวุธยิงถึงกรุงเทพฯ ว่า จากการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์และเทคนิคประเด็น: อาวุธกัมพูชายิงถึงกรุงเทพฯได้จริงหรือไม่ นั้น ต้องดูว่าระยะทางจากชายแดนกัมพูชาถึงกรุงเทพฯ อยู่ห่างจากแนวชายแดนไทย–กัมพูชา (บริเวณใกล้สุรินทร์/สระแก้ว) ราว 250–300 กิโลเมตร โดยเฉลี่ย ดังนั้น อาวุธใดที่จะยิงถึงกรุงเทพฯได้จากเขตกัมพูชาต้องมีพิสัยยิงอย่างน้อย 200–300 กิโลเมตรขึ้นไป

โดยอาวุธปล่อยทางบกของกัมพูชาที่เป็นที่รู้จักและเปิดเผยสาธารณะ มี

1.PHL-03 MRL: เป็นระบบจรวดหลายลำกล้องของจีน คล้าย BM-30 Smerch

2.พิสัยยิงมาตรฐาน 70–130 กม. (ขึ้นอยู่กับกระสุน)

3.แม้แต่รุ่นปรับปรุง (AR-2) ก็มีพิสัยราว 150 กม. เท่านั้น

4.Type-81/AS-1/WS-1B (บางรุ่น): จรวดหลายลำกล้องขนาดเล็ก-กลาง

5.พิสัยต่ำกว่า 100 กม.

แหล่งข่าวความมั่นคง ระบุอีกว่า โดยที่ทางกัมพูชา “ไม่มี” ตามฐานข้อมูลในเรื่องของ

1.ไม่มีหลักฐานว่ากัมพูชามี ขีปนาวุธพิสัยไกลกว่า 200 กม.

2.ไม่มีขีดความสามารถด้าน ขีปนาวุธนำวิถีพื้นสู่พื้น (SRBM, MRBM)

3.ไม่มีอากาศยานขับไล่ติดอาวุธปล่อยระยะไกล (เพราะไม่มีฝูงบินขับไล่เลย)

และตามข้อเท็จจริงคือทางกัมพูชาไม่มีเครื่องบินขับไล่

-ไม่มีอากาศยานรบ/โจมตี (Fighter Aircraft) ในกองทัพอากาศ

-ไม่มีเรดาร์ควบคุมการบิน/ระบบสั่งการอากาศสมัยใหม่

-ไม่มียุทโธปกรณ์ที่ต้องอาศัยการฝึกนักบินระดับสูง

“แม้แต่ประเทศเล็กกว่าอย่างลาว ยังมี Yak-130 (เครื่องบินฝึกโจมตี) แต่กัมพูชายังไม่มีแม้แต่ UAV รบที่มีอาวุธ” แหล่งข่าวความมั่นคง กล่าว และว่า

สำหรับงบประมาณถือเป็นข้อจำกัดใหญ่ที่สุดของกัมพูชา งบกลาโหมของกัมพูชาในปี 2567 ประมาณ 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

(20,000 ล้านบาท)

เมื่อเทียบกับงบกลาโหมของไทยซื้อ Gripen E/F เพียง 4 ลำ ใช้งบประมาณ ราว 19,000 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับ งบทั้งกระทรวงกลาโหมกัมพูชาทั้งปี

ส่วนขีดความสามารถของฝ่ายไทย มีเครื่องบินรบ Gripen C/D, F-16 A/B eMLU, F-5TH, T-50TH และเครื่องบินเหล่านี้มีพิสัยโจมตี ถึงพนมเปญ ได้สบาย และยังสามารถกลับฐานได้ และมีอาวุธนำวิถีแม่นยำ เช่น GBU-49 (GPS/Laser Guided Bomb),AIM-120 AMRAAM ,และ AGM-65 Maverick

“คำกล่าวอ้างของสมเด็จ ฮุน เซน ว่ามีอาวุธที่สามารถโจมตีถึงกรุงเทพฯ แต่ไม่มีความประสงค์จะใช้ เป็นคำพูดไร้น้ำหนักในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะไม่ปรากฏยุทโธปกรณ์ที่มีขีดความสามารถดังกล่าว และกัมพูชาไม่มีระบบอาวุธพิสัยไกลและระบบควบคุมการยิงที่รองรับ ที่สำคัญไม่มีงบประมาณและโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนา จึงสันนิษฐานได้ว่า เป็นการกล่าวเพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมือง ภายใน และเสริมภาพลักษณ์ผู้นำ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเชิงยุทธศาสตร์” แหล่งข่าวระดับสูงความมั่นคง ระบุ

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว