ซัมซุง (Samsung) แบรนด์อิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังของโลก ได้เผยข้อมูลเกี่ยวกับตลาดสมาร์ตโฟนในประเทศไทยไว้ว่า ในปัจจุบัน กระแสการใช้สมาร์ตโฟนแบบพับได้ (Foldable Smartphone) เริ่มกลับมาเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยการนำฟีเจอร์ต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว เพื่อปรับตัวตามพฤติกรรมของผู้บริโภคสินค้าดิจิทัลยุคใหม่ที่ไม่ต้องการพกอุปกรณ์ (Device) มากกว่า 1 เครื่อง แต่ยังคงสามารถใช้งานได้หลากหลายสไตล์และไม่สูญเสียสเปคสำคัญไป

ซัมซุง ได้เผยอีกด้วยว่า การเปิดตัวสมาร์ทโฟน Galaxy Z Fold และ Galaxy Z Flip ของพวกเขาตั้งแต่ปี 2019 เป็นการสร้างทางเลือกให้ผู้ใช้สามารถนำสมาร์ทโฟนไปใช้งานในเชิง “Multitasking” ได้ดีขึ้น โดยในส่วนของ Galaxy Z Fold นั้นคือหนึ่งในซีรีส์สมาร์ตโฟนที่สามารถตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ดี ด้วยฟีเจอร์ที่สามารถพับเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ เหมือนกับการใช้แท็บเล็ต (Tablet) ได้
อีกประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดสมาร์ตโฟนแบบพับได้ คือกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่เลือกใช้ Galaxy Z Fold มักจะเป็นผู้ชาย โดยมียอดผู้ใช้ประมาณ 60% จากฐานผู้ใช้ทั้งหมด

ในส่วนของการเลือกสีสมาร์ตโฟนนั้นมีผลต่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าด้วย ทางซัมซุงเผยว่าสีที่คนไทยเลือกซื้อมากที่สุด คือ “สีดำ” เพราะกลุ่มลูกค้ามองว่าคือการ ‘เพลย์เซฟ’ ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้สีพื้นให้เข้ากับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน การเลือกอุปกรณ์เสริม (Accessories) ที่เข้ากันได้ รวมถึงยังเป็นสีที่มีความเป็น ‘กลาง’ ในหลายด้าน แต่ในขณะเดียวกัน กระแสการเลือกใช้สีอื่น ๆ ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าผู้หญิงที่มีจะเลือกสีที่มีความสดใสมากยิ่งขึ้น
ทางซัมซุงยังได้เสริมอีกว่า การเลือกสีแนว Flashy Colours (สีฉูดฉาด) มีผลการต่อการตัดสินใจเลือกซื้อโดยกลุ่มลูกค้าโซนยุโรปและอเมริกาเหนือเป็นอย่างมาก ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มลูกค้าคนไทยที่เน้นการเลือกสีพื้นเป็นหลัก

ส่วนการเปิดตัวซีรีส์ Galaxy Z Flip ที่ออกแบบด้วยสไตล์ฝาพับนั้นมีกลุ่มลูกค้าสำคัญคือกลุ่มผู้หญิง ด้วยขนาดที่มีความกะทัดรัด รวมถึงการใช้งานในสถานการณ์เร่งรีบได้ดี การออกแบบให้มีความทันสมัย และมีฟีเจอร์ที่ไม่ด้อยไปจากสมาร์ตโฟนระดับเรือธง ก็ทำให้สมาร์ตโฟนซีรีส์นี้ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง แล้วยังสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าผู้ชายได้มากขึ้นอีกด้วยตั้งแต่การเปิดตัวของ Galaxy Z Flip 4 เป็นต้นมา
อีก 2 ปัจจัยสำคัญที่ทางซัมซุงได้สำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้ คือ วงจร (Cycle) ของการใช้งานสมาร์ตโฟนแบบพับได้ในประเทศไทย โดยพวกเขาได้ประเมินว่าคนไทยจะเปลี่ยนสมาร์ตโฟนภายในช่วงเวลาโดยเฉลี่ย 2.3 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รวดเร็วว่าวงจรโดยเฉลี่ยของสมาร์ตโฟนทั่วไปที่ใช้เวลา 3-5 ปี โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามา ทำให้ผู้ใช้ต้องการสัมผัสกับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ทีดีขึ้น
โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เรื่องของ AI กำลังเข้ามาปรับใช้กับสมาร์ตโฟนมากขึ้น ช่วยให้ฟีเจอร์สำคัญต่าง ๆ ของเครื่อง เช่น การใช้งานกล้อง แอปพลิเคชั่นด้านสุขภาพ การทำงาน การจัดการข้อมูล รวมถึงการยกประสบการณ์สื่อบันเทิงต่าง ๆ ที่ดีขึ้น ก็ทำให้กลุ่มลูกค้าต้องการความทันสมัยในการใช้งานสมาร์ตโฟนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

อีกปัจจัยสำคัญคือเรื่องของ ความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล (Privacy in Digital Ages) โดยในปัจจุบัน การมาของสมาร์ตโฟนจอพับ ได้ช่วยให้ผู้คนรุ่นใหม่ลดความกังวลในด้านการละเมิดความเป็นส่วนตัวจากผู้อื่นเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น
โดยสรุปแล้ว เทรนด์ของสมาร์ตโฟนแบบพับได้เริ่มมีบทบาทกับทางกลุ่มลูกค้าในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่มีการยกระดับให้เข้ากับสไตล์ของผู้ใช้มากขึ้น การออกแบบที่เข้ากับผู้คนหลากหลายสไตล์ รวมถึงประโยชน์อื่น ๆ ที่ผู้ใช้สมาร์ตโฟนกลุ่มนี้จะได้รับ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สมาร์ตโฟนประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยทาง ซัมซุง ก็เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยเหล่านี้ และได้ส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกค้าของพวกเขาต่อไป
เรื่อง: ภาริช ต่อพิมาย (FLINT)



