เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมประชุมกับคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ อดีตรัฐมนตรี ทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่บ้านพิษณุโลก และมีกลุ่มขาประจำพวกต่อต้านกล่าวหาไปแทรกแซงครอบงำการทำงานรัฐบาล ว่า นายทักษิณ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย แลกเปลี่ยนมุมมองการรับมือกำแพงภาษี 36 เปอร์เซ็นต์ จากสหรัฐอเมริกา ที่จะเริ่มเก็บสินค้าจากไทยวันที่ 1 ส.ค. เมื่อยังไม่ถึงกำหนดเวลา ถือว่ามีเวลาพูดคุยเจรจา วันที่ท่านนำเสนอวิสัยทัศน์ บอกถึงข้อห่วงใย รัฐบาลควรจะไปดูแลภาคธุรกิจขนาดเล็กเอสเอ็มอี ภาคเกษตรกรเป็นพิเศษ ไม่ควรยอมตามข้อเสนอของสหรัฐ ไม่ยอมให้ใช้พื้นที่ประเทศไทยเป็นฐานการเคลื่อนไหว หากต้องแลกมากับการกระทบกับความมั่นคงภายในของเรา

“ไม่เข้าใจพวกอคติ หน้าเดิมๆ พอหมดมุกชาตินิยมไทยกับกัมพูชาเรื่องคลิปเสียง วันนี้เอาประเด็นภาษี ทีมไทยแลนด์ระดมสมองรับมือ หาทางเจรจาเพื่อช่วยภาคการส่งออกของไทย หากภาษีสหรัฐเก็บเราอัตราต่ำกว่า 36 เปอร์เซ็นต์ คนที่ได้ประโยชน์คือ ภาคธุรกิจ ภาคการส่งออก กลุ่มเอสเอ็มอี ภาคเกษตร ที่กำลังเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจ คนที่ได้คือ ประเทศชาติ ประชาชน จะเกิดผลดี ช่วยยกระดับทางเศรษฐกิจ พวกขาประจำ ควรแยกแยะ อคติส่วนตัวกับผลประโยชน์ชาติที่จะได้รับบ้าง ตอนนี้ใครมีความคิดเห็นอะไรดีๆ เสนอไปยังรัฐบาลดีกว่า ไม่อย่างนั้นจะถูกคนมองได้ว่าเป็นพวกมือไม่พาย เอาเท้าราน้ำหรือไม่”นายพร้อมพงศ์ กล่าว

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การเมืองไม่ถึงทางตัน มีแต่ใส่เกียร์เดินหน้า ทำงานเพื่อบ้านเมือง เมื่อวันที่ 11 ก.ค. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เป็นห่วงเรื่องการบริหารจัดการน้ำ กังวลน้ำเซาะตลิ่ง ได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนอย่างอบอุ่น น.ส.แพทองธาร ให้คำมั่น ไม่ว่าจะอยู่หน้าที่ไหน พร้อมรับใช้ประชาชนเสมอ ท่านกำลังใจดีเยี่ยม แม้จะมีมวลชนมาต่อต้าน ไม่ได้หวั่นไหวอะไร ขณะเดียวกันประชาชนคอยสนับสนุนเป็นจำนวนมาก ตะโกนให้กำลังใจ ให้สู้ต่อ ทำงานต่อไป แม้ขณะนี้ นายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แต่ปัญหาของประชาชนรอไม่ได้ ส่วนเรื่องคดีขอให้ว่ากันไปตามกระบวนการ ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย เตรียมคำชี้แจงทุกประเด็น ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอะไรน่ากังวล การเมืองไม่ถึงทางตัน ไม่ติดหล่ม ไม่เกิดสุญญากาศ อย่างที่บางฝ่ายต้องการจะให้ตันให้ได้ คอยฉวยจังหวะการเมือง ปลุกปั่นทั้งในสภา และนอกสภา ถ้าทุกคนช่วยกันไม่มีทางตัน มีแต่ทางออกทางรอดของประเทศ