สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮาวานา ประเทศคิวบา เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ว่า บริษัทผู้ดำเนินการระบบไฟฟ้าแห่งชาติของคิวบา (ยูเอ็นอี) เปิดเผยว่า สามารถกลับมาจ่ายไฟให้แก่บริการที่จำเป็นบางส่วนได้แล้ว เช่น โรงพยาบาลและศูนย์ผลิตอาหาร แต่ยังสามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าในกรุงฮาวานาได้เพียง 1% เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการล่มของระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา คิวบาเผชิญปัญหาไฟฟ้าดับครั้งละหลายชั่วโมง และในระยะหลังบางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้นานหลายวัน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ทรุดโทรม ประกอบกับมาตรการปิดกั้นการส่งออกน้ำมันมายังคิวบาของสหรัฐ ซึ่งทำให้ประเทศขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างหนัก
Cuban officials say the electric grid has collapsed, leaving around 10 million people on the island without power. An investigation is now underway to discover the cause of the blackout. pic.twitter.com/YV1ev2n9Gu
— ABC News (@ABC) July 7, 2026
ทั้งนี้ เหตุไฟฟ้าดับทั่วประเทศและการฟื้นฟูที่เป็นไปอย่างล่าช้า ยิ่งซ้ำเติมชาวคิวบาที่อ่อนล้าจากการเผชิญไฟฟ้าดับหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนที่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าจะล่มทั่วประเทศในวันจันทร์ ประชาชนเกือบสองในสามของคิวบาก็ไม่มีไฟฟ้าใช้อยู่แล้ว
สำหรับเหตุไฟฟ้าดับทั่วคิวบาในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 8 ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 และเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ โดยเป็นผลจากการที่รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติการขนส่งเชื้อเพลิงจากเวเนซุเอลาไปยังคิวบา อีกทั้งยังกดดันเม็กซิโกให้ระงับการส่งออกเชื้อเพลิงไปยังคิวบา พร้อมขู่ว่า จะเรียกเก็บภาษีจากทุกประเทศที่ส่งออกน้ำมันให้แก่คิวบา
สหรัฐมองว่า รัฐบาลคิวบาเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ และเชื่อมั่นว่า มาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้มีความจำเป็นเพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลคิวบา ซึ่งเป็นเป้าหมายด้านนโยบายของสหรัฐที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม คิวบายืนกรานมาโดยตลอดว่า ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



