เมื่อวันที่ 12 ก.ค.เวลา 13.30น.ที่ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการทางทหาร ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ผอ.ศอ.ปชด.)ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางไปตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ จ.เชียงราย ซึ่งรับผิดชอบของกองกำลังผาเมือง ว่า ตอนนี้ได้ให้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกพิจารณาในการเพิ่มกำลังพลที่อยู่ตามแนวชายแดน แม้ทหารเรามีเยอะก็จริง แต่พื้นที่ตามแนวชายแดนมีข้อจำกัด ซึ่งนอกจากจะเพิ่มกำลังพลลาดตระเวนเฝ้าตรวจแล้วต้องเพิ่มเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นโดรน อุปกรณ์ในการเฝ้าตรวจและวิธีการปฏิบัติด้วย นอกจากจำนวนคนมากขึ้นรวมไปถึงเทคโนโลยีก็ต้องมากขึ้นด้วย และจากการ รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ยาเสพติดในภาพรวมดีขึ้น แต่จำนวนสารตั้งต้นทั้งฝั่งชายแดนไทย และชายแดนเพื่อนบ้าน ยังมีจำนวนสูงอยู่ ขบวนการลักลอบขนยาเสพติดส่วนใหญ่ลักลอบเดินเท้าเข้ามาจำนวน 20 ถึง 30 คนแต่กำลังพลในการเฝ้าตรวจมีจำนวนน้อยเราจำเป็นต้องเพิ่มกำลังพลและยุทโธปกรณ์การเฝ้าตรวจให้มากขึ้น รวมถึงเรียนรู้วิธีการให้มากขึ้น 

พล.อ.ทรงวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายของรัฐบาล Seal Stop Safe ประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่ง แต่จะมากน้อยเพียงใดต้องรอดูในช่วงเดือนก.ย.นี้ ซึ่งทุกอย่างต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันหากนำนโยบายมาใช้ ทั้งนี้ ยาเสพติด 1 เม็ดมีคาเฟอีน 70% หากเราปล่อยให้คาเฟอีนที่มาจากประเทศไทย เข้าสู่แหล่งผลิตยาเสพติดได้ง่ายนั้น จะส่งผลให้การผลิตยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่คาเฟอีนไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่เราต้องเพิ่มกฎระเบียบพิเศษจำกัดพื้นที่ในการนำเข้าและส่งออกคาเฟอีนในการผ่านด่านชายแดนด้วย.