เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตสส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีที่นางกุสุมาลวตี กล่าวหาว่านายอนุทินเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประเด็นพื้นที่เขากระโดง
อยากเผชิญหน้า! ‘กุสุมาลวตี’ ลุยเดี่ยวสู้ ‘ภูมิใจไทย’ คดีหมิ่นฯปม ‘ฮั้ว สว.’
ต่อมาภายหลังการพิจารณาคดีเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 11.30 น. โดยในวันนี้ไม่พบว่านายอนุทิน เดินทางมาแต่อย่างใด โดยเป็นทนายความของนายอนุทิน เข้ามาฟังและพยานฝ่ายโจทก์ที่นำมาเบิกความเท่านั้น โดยศาลได้เลื่อนการไต่สวนมูลฟ้องเป็น 18 ส.ค. เวลา 09.00 น. เพราะฝั่งพรรคภูมิใจไทยจะเอาพยานบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนี้มาเบิกความแต่ศาลอยากให้เป็นพยานที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงมากกว่าจึงให้เลื่อนไปก่อน

นางกุสุมาลวตี กล่าวว่า วันนี้ตนมาตามนัด แต่ฝั่งโจทก์คือพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย ไม่มา แต่ส่งทนายความมาแทน ซึ่งทนายความโจทก์ได้แจ้งความประสงค์ขอไกล่เกลี่ย แต่ตนปฏิเสธไม่ไกล่เกลี่ย เนื่องจากต้องการให้ข้อเท็จจริงประจักษ์ออกมา รวมถึงคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ก็ได้สรุปออกมาแล้วก็แสดงว่าสิ่งที่ตนได้ร้องยุบพรรคภูมิใจไทยนั้นมีมูลมีความเป็นไปได้
นายชาติอาทิตย์ ทัณฑะรักษ์ ทนายความส่วนตัวของนางกุสุมาลวตี ให้สัมภาษณ์ว่า กระบวนการในศาลวันนี้ โจทก์เป็นฝ่ายที่นำพยานหลักฐานเข้ามาแสดงต่อศาลว่าพยานหลักฐานต่างๆ เป็นอย่างไร ซึ่งคดีนี้เป็นคดีที่ทั้งคู่ถือว่าเป็นราษฎรฟ้องกันเอง ศาลจึงได้ให้แนวทางการไกล่เกลี่ยมา ซึ่งในวันนี้ทางทนายของฝ่ายโจทก์คือพรรคภูมิใจไทยก็ประสงค์ที่จะไกล่เกลี่ยด้วย แต่ทางนางกุสุมาลวตีไม่ประสงค์ที่จะไกล่เกลี่ยด้วย เพราะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ ถึงแม้ว่าจะเป็นราษฎรฟ้องกันเอง แต่ผลที่เกิดขึ้นเป็นผลที่แสดงให้เห็นภาพสะท้อนทางการเมืองที่หลายฝ่ายจับตามอง จึงอยากให้มีการชี้ขาดเลยว่าการกระทำที่นางกุสุมาลวตี ทำไปนั้นเป็นความจริง ไม่ใช่การใส่ร้ายพรรคการเมืองหรือว่าหมิ่นประมาทอย่างแน่นอน
นายชาติอาทิตย์ กล่าวอีกว่า จริงๆ ในวันนี้พรรคภูมิใจไทย ต้องนำพยานที่เกี่ยวข้องกับพรรคและพยานหลักฐานที่ควรนำเสนอเช่นหลักฐานที่นางกุสุมาลวตี เข้าไปแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้ามาเบิกความ แต่ปรากฏว่ายังไม่มีหมายเรียกมา ศาลจึงมองว่าจะเบิกความทั้งๆ ที่เอกสารยังไม่ครบแต่จะนำพยานหลักฐานที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงมาเบิกความ ศาลจึงมีคำสั่งให้เลื่อนการไต่สวนมูลฟ้องไปก่อนเป็นวันที่ 18 ส.ค. เพื่อให้นำพยานหลักฐานที่ครบถ้วนเข้ามาเบิกความทีเดียว
เมื่อถามว่าทำไมฝ่ายพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นโจทก์มาวันนี้ถึงเป็นฝ่ายขอไกล่เกลี่ย นางกุสุมาลวตี กล่าวว่า มองว่าฝ่ายนั้นอาจจะมองว่าพรรคมีพยานหลักฐานที่ผ่านกรมสอบสวนคดีพิเศษ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ผู้ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว.ถูกออกหมายเรียกก่อนหน้านี้ ซึ่งเข้าเนื้อพรรคภูมิใจไทยทั้งสิ้น ตนจึงมองว่าฝ่ายนั้นน่าจะมองว่าโอกาสที่จะชนะคดีมีน้อยลงจึงให้ทนายขอไกล่เกลี่ย แต่ตนยืนยันไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะไม่มีการไกล่เกลี่ยหรือว่ายอมความอย่างแน่นอน เพราะไกล่เกลี่ย ฝ่ายนั้นเป็นโจทก์ ตนเป็นจำเลย ไกล่เกลี่ยแล้วก็จบ ตนจึงต้องการให้ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ปรากฏออกมา และจะสามารถใช้อำนาจศาลขอเอกสารต่างๆ ที่อยู่ในกรมสอบสวนคดีพิเศษ คณะกรรมการการเลือกตั้ง และองค์กรอิสระอื่นๆ มาแสดงต่อศาลเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วย



