เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 15 ก.ค. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มอันดามัน เดินทางมายื่นหนังสือเรื่องเขากระโดง ว่า ภายหลังจากที่ตนได้มีการแบ่งหน้าที่ให้นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย กำกับดูแลกรมที่ดิน โดยทางกลุ่มได้นำเรื่องไปยื่นให้นายเดชอิศม์ แล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งนายเดชอิศม์ บอกให้มายื่นต่อตนในเช้าวันนี้ โดยเป็นเรื่องที่ขอให้มีการรื้อฟื้นคดีที่ดินเขากระโดง ให้มีการปฏิบัติไปตามคำสั่งของศาล ทางศาลฎีกาและศาลปกครอง ตนรับไว้ เนื่องจากได้เตรียมจะตั้งคณะกรรมการอยู่แล้ว
นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ถือว่าเรื่องนี้หากได้ดูคำสั่งที่ตนได้เซ็นไปเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้วให้กับทางอธิบดีกรมที่ดิน โดยมีคำสั่งว่าเรื่องเขากระโดงเป็นเรื่องที่สื่อมวลชนตั้งคำถามและให้ความสนใจ รวมถึงประชาชนเองก็คลางแคลงใจ จึงอยากทำให้เรื่องนี้มีความชัดเจน เพราะศาลมีคำสั่งออกมาแล้วมันก็ไม่ควรจะเป็นอย่างอื่นไป ซึ่งตนได้ให้อธิบดีกรมที่ดินชี้แจงภายใน 7 วัน หากไม่น่าพึงพอใจหรือไม่มีเหตุผลเพียงพอ ตนจะตั้งคณะกรรมการในการสอบสวนและเอาเรื่องให้เร็ว เพื่อให้มีการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากมีเหตุผลรองรับและทางกฎหมายยอมรับได้ ตนก็ถือว่าทุกคนก็ปฏิบัติหน้าที่ แต่หากมีความไม่ชัดเจนตนก็จะปฏิบัติตามกฎหมาย
เมื่อถามว่าเรื่องนี้มีการค้างคามานานจะมีการวางกรอบเวลาไว้เมื่อไหร่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่อยากเอาเรื่องเวลามาเป็นข้อจำกัด เพราะยังไม่รู้ว่ามีเงื่อนไขอะไรต่าง ๆ แต่ตนจะทำให้เร็วที่สุด
เมื่อถามอีกว่าจะเป็นการไปรื้อที่ดิน 900 กว่าโฉนดได้หรือไม่ เพราะศาลปกครองได้ยกคำร้องไปแล้ว นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องดูข้อกฎหมาย จากการที่ตนได้ฟังมาก่อนที่จะมีการมาสอบถาม เพราะคำสั่งทางกฎหมายมีการครอบคลุมทั้งหมดอยู่แล้ว แต่หากจะฟ้องร้องหรือจะยกคำร้องก็ไปกันเอง
เมื่อถามต่อว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องมาฟ้องรายแปลงหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ทราบ เรื่องนี้เป็นเรื่องของศาล และเป็นเรื่องที่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลฎีกาและศาลปกครอง ส่วนรายละเอียดทางกฎหมาย ตนไม่ขอชี้แจง เพราะตนยังไม่สามารถรู้รายละเอียดของกฎหมายได้ และฝ่ายกฎหมายทั้งหมดจะต้องดำเนินการ แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชี้แจงว่าถูกต้อง ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล และไม่ต้องมาตอบโต้ตนอะไรทั้งสิ้น เพราะตนทำให้เกิดความชัดเจน ไม่ใช่ข้อสงสัยของตนคนเดียว แต่เป็นข้อสงสัยของสื่อมวลชนด้วยรวมถึงประชาชนทั่วประเทศ



