เมื่อวันที่ 16 ก.ค. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ในฐานะรองหัวหน้าศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและส่งเสริมพระธรรมวินัย ได้เรียกประชุมข้าราชการตำรวจและคณะทำงาน เพื่อวางแนวทางการทำงาน และมอบหมายภารกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยย้ำว่าทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ยุติธรรม และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ภายหลังการเปิดศูนย์ฯ เพียง 2 วัน (14-15 ก.ค.) มีประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาแล้ว 26 ราย ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ Inbox เพจตำรวจสอบสวนกลาง (8 กรณี) และสายด่วน 08-2123-7166 (18 กรณี) ทำให้จำเป็นต้องขยายคู่สายเพิ่มเป็น 10 คู่สาย เพื่อรองรับข้อมูลที่เข้ามาจำนวนมาก

ในเบื้องต้น คณะทำงานได้หารือกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รอง ผบ.ตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเตรียมนำหลักการที่ได้รับการเห็นชอบไปประชุมร่วมกันต่อ เพื่อจัดวางโครงสร้างศูนย์รับแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดของพระสงฆ์ ทั้งในด้านวินัยสงฆ์ การทุจริต และการกระทำผิดอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพระพุทธศาสนา

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังระบุว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในการตรวจสอบข้อมูลพระสงฆ์ทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนกว่า 300,000 รูป และวัดอีกกว่า 40,000 แห่ง โดยต้องตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชน 13 หลัก ประวัติการเคยสึกหรือปาราชิก และคดีที่เกี่ยวข้อง เพื่อประมวลเป็นฐานข้อมูลกลางที่ถูกต้องและเชื่อถือได้

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีหลายวัดยังไม่มีกรรมการบริหารวัดอย่างเป็นทางการ หรือไม่มีการรายงานการเงินต่อ พศ. อย่างถูกต้อง ซึ่งสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่มีระบบบริหารจัดการที่ชัดเจน ทำให้จำเป็นต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญมาร่วมวางแนวทางการบริหารจัดการเงินวัดอย่างเป็นระบบ และวางมาตรการควบคุมความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมระหว่างพระสงฆ์กับฆราวาส เช่น กรณีหญิงสาวที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางชู้สาวกับพระ ซึ่งหากไม่มีมาตรการที่ชัดเจน อาจกลายเป็นปัญหาซ้ำซากในอนาคต

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า แม้ที่ผ่านมาได้มีความร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนา แต่ผลลัพธ์กลับล้มเหลวแทบทุกครั้ง จึงมองว่าได้เวลา “สังคายนา” โครงสร้างของ พศ. และวัด เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ถูกปล่อยให้แบกรับภาระฝ่ายเดียว พร้อมเรียกร้องให้ พศ. แสดงความจริงใจและร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม

“เราต้องนำข้อมูลที่อยู่ในสำนักพุทธฯ ขึ้นมาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่ซุกไว้ใต้โต๊ะอีกต่อไป ข้อมูลทั้งหมดควรอยู่บนโต๊ะประชุมอย่างโปร่งใส และถ้าไม่เริ่มจากความจริงใจในการทำงานร่วมกัน ก็ยากจะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

ในช่วงท้าย รอง ผบช.ก. ยืนยันว่า ขณะนี้ได้รายงานความเคลื่อนไหวไปยังพระผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้ว และจะเดินหน้าดำเนินคดีต่อพระสงฆ์ที่กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลสะเทือนและกระตุ้นให้หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะ พศ. ต้องตื่นตัวและเป็นหนึ่งเดียวกับตำรวจในการปกป้องพุทธศาสนา

“ความศรัทธาของประชาชนคือสิ่งสำคัญ เราไม่ต้องการให้กรณีไม่เหมาะสมของพระบางรูปลุกลามจนคนไม่กล้าเข้าวัดทำบุญอีกต่อไป” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย.