เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 ก.ค. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม (กธ.) เรื่อง ต้นทุนอาหารเลี้ยงสัตว์มีราคาสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีความยากลำบาก ไม่สามารถลดต้นทุนใด ๆ ได้ จึงอยากทราบถึงแนวทางในการลดต้นทุนอาหารสัตว์ของกระทรวงเกษตรฯ
ด้าน นายอรรถกร กล่าวชี้แจงว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) มุ่งเน้นในการลดต้นทุนการผลิตสำหรับเกษตรกร โดยเชื่อมั่นว่าการลดต้นทุนจะช่วยเพิ่มรายได้และเหลือเงินในกระเป๋าของเกษตรกรมากขึ้น โดยอาหารสัตว์ในประเทศไทย หลักๆ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ อาหารข้น เช่น อาหารเม็ดและอาหารผง ซึ่งผลิตโดยภาคเอกชนเพื่อความสะดวกและประสิทธิภาพ และอาหารหยาบ เช่น หญ้าสด หญ้าแห้ง หรือกากผลผลิตทางการเกษตรต่างๆ เช่น ข้าวโพด ซึ่งส่วนผสมจะแตกต่างกันไปตามวัตถุดิบที่มีในแต่ละพื้นที่

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรทุกสาขา ทั้งชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ชาวปศุสัตว์ และชาวประมง โดยกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินโครงการ ‘หน่วยให้บริการจัดการอาหารสัตว์เคลื่อนที่’ ซึ่งมีหน้าที่ให้คำแนะนำและบริการด้านสัดส่วนอาหารสัตว์ที่เหมาะสมถึงหน้าฟาร์ม โดยเน้นการใช้วัสดุเหลือใช้ในพื้นที่เป็นหลัก สิ่งเหล่านี้พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายอรรถกร กล่าว
นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ศูนย์บริการอาหารสัตว์ของกรมปศุสัตว์ เปิดให้เกษตรกรสามารถนำวัตถุดิบมาใช้เครื่องจักรของศูนย์เพื่อผลิตอาหารสัตว์ได้ โดยบริการนี้ครอบคลุมเกษตรกรกลุ่มต่างๆ และวิสาหกิจ แม้จะยอมรับว่าบางพื้นที่อาจต้องปรับปรุงการให้บริการ ภาคปศุสัตว์ยังคงพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบบางประเภท ซึ่งเป็นภารกิจหลักในการลดการนำเข้าและเน้นการปลูกพืชอาหารสัตว์ในประเทศ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะพยายามเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกพืชอาหารสัตว์อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ยังกล่าวถึงทีมเจรจาภาษีกับสหรัฐของประเทศไทย ที่เงื่อนไขบางข้ออาจจะกระทบกับเกษตรกร ว่า กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรในทุกมิติ เราจะไม่ยอมให้พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู วัว ปลา ไก่ หรือพืชบางชนิด ต้องรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เราให้ความร่วมมือกับทีมเจรจาน้อยก็ตาม นี่คือจุดยืนที่กระทรวงเกษตรฯ ที่ยึดมั่นในการทำงาน และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทีมเจรจาของไทย จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์และปกป้องอธิปไตยของประเทศได้.



