เมื่อวันที่ 17 ก.ค. นายวัชระ ไกรสัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 ถึง ผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย จ.อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี จากการติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำฝน–น้ำท่า ทางตอนบนและในพื้นที่ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลำน้ำสาขา ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นมากและมีฝนตกต่อเนื่อง
ปัจจุบันมีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราที่เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.00 น. ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ วัดได้ 898 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยาทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยายกตัวสูงขึ้นอยู่ที่ 15.39 เมตร/รทก. ปริมาณน้ำการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 490 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทางสำนักงานชลประทานที่ 12 จะทำการรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนไม่ให้เกินระดับ 16.20 เมตร และคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 500-700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรยา จ.ชัยนาท ถึงบริเวณ ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา และ ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 1–1.20 เมตร โดยระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าวยังคงอยู่ในตลิ่งลำน้ำ

ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 12 จะควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว ด้วยการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมิให้มีผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร หากมีปริมาณน้ำหลากเพิ่มขึ้นที่จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป
ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำ สำนักงานชลประทานที่ 12 จึงขอแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำ อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด




