เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพภาคที่ 1 มีคำสั่งเพิ่มเติม เรื่องควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภท ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ลงวันที่ 23 มิ.ย. 2568 นั้น เพื่อไม่ให้มาตรการดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของการค้า การลงทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม
ดังนั้น เพื่อไม่ให้มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของการค้า การลงทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการในภาพรวมของประเทศ ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ผ่อนผันให้ยานพาหนะ ที่มีวัตถุประสงค์ด้านมนุษยธรรมสิทธิมนุษยชน, เศรษฐกิจ, การค้า, การลงทุน และอุตสาหกรรม สามารถเดินทางผ่านเข้า-ออกทางบกในพื้นที่จังหวัดสระแก้วได้ จึงกำหนดมาตรการเพิ่มเติม คือ
1.จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (หนองเอี่ยน-สตึงบท) เปิด-ปิดด่านในเวลา 08.00-16.00 น. อนุญาตให้รถสินค้าผ่านเข้าออกได้ไม่เกินวันละ 140 คันต่อวัน โดยผู้ประกอบการต้องประสานกับทางการกัมพูชาเอง 2.จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด เปิด-ปิดด่านในเวลา 08.00-16.00 น.อนุญาตให้รถขนส่งสินค้าผ่านเข้า-ออกได้ไม่เกินวันละ 100 คันต่อวัน ผู้ประกอบการต้องติดต่อฝ่ายกัมพูชาเอง และ 3.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ อำเภออรัญประเทศ เปิด-ปิดด่านในเวลา 08.00-12.00 น. อนุญาตให้รถขนส่งสินค้าผ่านเข้า-ออกได้ไม่เกินวันละ 40 คันต่อวัน ผู้ประกอบการต้องติดต่อฝ่ายกัมพูชาเอง คำสั่งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. 2568 เป็นต้นไป โดยคำสั่งที่ขัดแย้งกับคำสั่งนี้ให้ยกเลิก และใช้คำสั่งนี้เป็นหลัก
ขณะที่ทีมข่าวได้โทรศัพท์พูดคุยกับผู้แทนหอการค้าจังหวัดสระแก้ว รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการส่งออก พบข้อมูลว่า ถึงแม้ไทยจะผ่อนผันมาตรการส่งออกสินค้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่ผู้นำในประเทศกัมพูชายังคงยืนยันว่า ถ้าหากไทยไม่เปิด-ปิดด่านตามเวลาเดิม คือ 06.00-22.00 น. ทางฝ่ายกัมพูชายังไม่เปิดด่านแน่นอน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการส่งออกของไทย เพราะตามคำสั่งของกองกำลังบูรพา ล่าสุด ให้ผู้ประกอบการคนไทยติดต่อฝ่ายกัมพูชากันเอง คาดการณ์กันว่า ผู้ประกอบการของไทยจะต้องพูดคุยกับผู้ประกอบการกัมพูชา เพื่อให้ทางฝ่ายกัมพูชาไปกดดันกันเอง คาดว่าอาจใช้เวลา 3 วันเป็นอย่างน้อย.



