สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ว่า เรื่องราวของเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ซึ่งแพร่หลายอย่างรวดเร็วทั่วกรุงวอชิงตัน ระบุว่า จดหมายถึงเอปสตีนที่มีลายเซ็นของทรัมป์ เป็นส่วนหนึ่งของบันทึกวันเกิดอายุครบ 50 ปีของเอปสตีน ในปี 2546 โดยหนังสือพิมพ์ยืนยันว่าตรวจสอบจดหมายฉบับดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ได้ตีพิมพ์รูปภาพใด ๆ
ขณะที่ทรัมป์ระบุบนโพสต์บนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล ว่า บรรณาธิการของเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ได้รับแจ้งโดยตรงจากเขา และนางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ว่าจดหมายฉบับดังกล่าวเป็นของปลอม แต่เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล กลับนำเสนอเรื่องราวที่เป็นเท็จ มุ่งร้าย และหมิ่นประมาทอยู่ดี
Exclusive: For Jeffrey Epstein’s 50th birthday, friends created a book of bawdy letters. One was from Donald Trump. https://t.co/rMDUnRHwo4
— The Wall Street Journal (@WSJ) July 17, 2025
“ผมจะฟ้องร้องเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล, นิวส์คอร์ป และนายรูเพิร์ต เมอร์ด็อก ในเร็ว ๆ นี้ อีกทั้งสื่อต้องเรียนรู้ที่จะบอกความจริง และไม่พึ่งพาแหล่งข่าวที่อาจไม่มีอยู่จริง” ทรัมป์ กล่าวเพิ่มเติม
???? BREAKING – IT'S HAPPENING: President Trump is SUING the WSJ for their Epstein hitpiece.
— Eric Daugherty (@EricLDaugh) July 18, 2025
GET READY TO PAY MILLIONS. Trump's presidential library is going to be entirely funded by media outlets who defamed him.
"President Trump will be suing The Wall Street Journal, NewsCorp,… pic.twitter.com/o3HSHOjuXf
แม้เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า จดหมายที่ถูกกล่าวหา มีความหยาบคายและลามกอนาจาร เช่นเดียวกับจดหมายฉบับอื่นในคอลเลกชัน รวมถึงมีลายเซ็นของทรัมป์ และข้อความลงท้ายว่า “สุขสันต์วันเกิด และขอให้ทุกวันเป็นความลับอันแสนวิเศษ” อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนกรานปฏิเสธว่า เขาไม่ได้เป็นคนเขียนจดหมายฉบับนี้
อนึ่ง ทรัมป์เผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างเขากับเอปสตีน ซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาชญากรรม ที่รวมถึงการค้าประเวณี และคำกล่าวอ้างที่ว่า รัฐบาลวอชิงตันปกปิดรายละเอียดเกี่ยวกับอาชญากรรมของเอปสตีน เพื่อปกป้องบุคคลที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพล ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้
ด้านกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ และสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ระบุในบันทึกที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาว่า ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่า เอปสตีนเก็บ “รายชื่อลูกค้า” เอาไว้ หรือแบล็กเมล์บุคคลสำคัญที่มีอิทธิพล รวมถึงปฏิเสธคำกล่าวอ้างที่ว่า เอปสตีนถูกฆาตกรรมในเรือนจำนิวยอร์ก เมื่อปี 2562 โดยยืนยันว่าเขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย และทางหน่วยงานจะไม่เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสืบสวนคดีนี้อีก.
เครดิตภาพ : AFP



