เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 ก.ค. 68 ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการ “MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน EP.18-19” โดยสามารถอายัดเงินคืนให้ผู้เสียหายได้จำนวนรวม 1.5 ล้านบาท จากคดีหลอกลวงออนไลน์ 2 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 24.5 ล้านบาท
คดีแรก แก๊งปลอมเป็นตำรวจข่มขู่โยงค้ามนุษย์ อดีตครูบำนาญสูญเงิน 5.5 ล้าน อายัดทัน 5 แสนบาท
โดยเหยื่อเป็นอดีตข้าราชการครูบำนาญ อายุ 72 ปี อาศัยอยู่ใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ถูกคนร้ายแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น โทรศัพท์มาหลอกว่า บุตรสาววัย 3 ขวบของผู้เสียหาย ถูกทำร้ายร่างกาย ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่แท้จริงผู้เสียหายไม่มีบุตรสาวแต่อย่างใด
คนร้ายยังขู่เพิ่มเติมว่า ผู้เสียหายถูกแอบอ้างชื่อพัวพันคดีค้ามนุษย์ และจะต้องให้ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยให้โอนเงินตรวจสอบจำนวน 6 ครั้ง รวมกว่า 5,520,000 บาท
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ บก.สอท.2 นำโดย พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2 และทีมสืบสวน พ.ต.ท.ศุภณัฎฐ์ เกตุแก้ว สามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ขอหมายจับ และจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายได้หลายรายในข้อหา ”ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง” พร้อมอายัดเงินในบัญชีของหนึ่งในผู้ต้องหา คือ นายติณณภพ (สงวนนามสกุล) ได้ทันจำนวน 500,000 บาท ซึ่งญาติผู้ต้องหาไม่คัดค้านและยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวคืนแก่ผู้เสียหายต่อไป
คดีที่สอง แก๊งเนียนตีสนิทผ่านเฟซบุ๊ก ชวนลงทุนหลอก สูญ 19 ล้าน อายัดทัน 1 ล้านบาท
คดีนี้สืบเนื่องจากคนร้ายได้ปลอมโปรไฟล์เป็นชายหน้าตาดี ตีสนิทเหยื่อผ่านเฟซบุ๊ก จากนั้นชักชวนให้ลงทุนในเว็บไซต์ปลอมชื่อ “GRWTOP” โดยแสดงผลกำไรปลอมหลอกล่อให้เหยื่อลงทุนต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 33 ครั้ง ผ่านบัญชีม้า 25 บัญชี มูลค่าความเสียหายกว่า 19 ล้านบาท เมื่อเหยื่อขอถอนเงินกลับถูกเพิกเฉย จึงทราบภายหลังว่าถูกหลอก
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวน สามารถสืบหาตัวผู้ต้องหา และขออำนาจศาลออกหมายจับได้หลายราย รวมทั้ง นายสุรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) หนึ่งในเจ้าของบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ ซึ่งจะเร่งติดตามจับกุมตัวต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถประสานธนาคารเพื่ออายัดเงินในบัญชีธนาคารของนายสุรศักดิ์ หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาไว้ได้เป็นจำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งมีเส้นทางการเงินและหลักฐานชัดเจนจนเชื่อได้ว่าเป็นเงินของผู้เสียหายจริง
อย่างไรก็ตาม จากทั้ง 2 ปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามอายัดเงินได้รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,500,000 บาท และส่งมอบคืนให้แก่ผู้เสียหาย.



