เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวบ้าน หลังจากมีการตัดต้นยางขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปี ส่งผลให้ค้างคาวแม่ไก่ที่อาศัยอยู่บนต้นยาง หล่นลงมาตายเกลื่อนนับร้อยตัว สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านและคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก พร้อมตั้งคำถามทางวัดว่า “…ต้องการใช้พื้นที่ดังกล่าวขยายตลาดนัดหรือไม่…” การตัดไม้ควรแจ้งฝ่ายงานเกี่ยวข้องให้ทราบ รวมทั้งสอบถามความเห็นชาวบ้านด้วย แต่กลับไม่มีการแจ้งเรื่องดังกล่าวให้ชาวบ้านทราบก่อนแต่อย่างใด

ภายหลังผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบยัง วัดพิกุล พื้นที่ ต.พิกุลออก อ.บ้านนา จ.นครนายก โดยได้รับการเปิดเผยจาก พระมหาเฉลิมพล สุจิตโต รองเจ้าอาวาสวัดพิกุล กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 พ.ค. เวลาประมาณ 11.15 น. ได้เกิดเหตุกิ่งไม้ขนาดใหญ่ของต้นยางหักทับร้านค้าและรถยนต์ของแม่ค้าในตลาดนัดบริเวณวัด ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ทางวัดได้ชดใช้ค่าเสียหายเรียบร้อยแล้ว จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางวัดเห็นว่า ต้นยางขนาดใหญ่ทั้ง 4 ต้น อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนและทรัพย์สินในอนาคต จึงประสานช่างเข้าดำเนินการตัดต้นไม้ โดยมอบไม้ให้ผู้ดำเนินการเป็นค่าตอบแทน ยืนยันว่าทางวัดไม่ได้รับเงินหรือผลประโยชน์ใดจากการตัดไม้ครั้งนี้

ขณะที่กรรมการวัดรายหนึ่ง ระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุต้นไม้ล้มและเกือบทับรถหลายครั้ง หากเกิดมีผู้เสียชีวิตขึ้นมาจะไม่มีใครรับผิดชอบ ทางวัดจึงจำเป็นต้องดำเนินการ พร้อมยืนยันว่าได้ประสานสำนักงานพระพุทธศาสนาก่อนแล้ว ส่วนกรณีค้างคาวตายนั้น เชื่อว่าเป็นค้างคาวจากต้นข้างเคียงที่บินมาเกาะชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังเกิดเรื่องขึ้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก พร้อมสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ลงพื้นที่ตรวจสอบและสั่งระงับการตัดไม้ทั้งหมด พร้อมยึดไม้เอาไว้เป็นหลักฐาน รวมถึงประสานนำไม้ที่ถูกขนย้ายออกนอกพื้นที่ให้นำกลับมาตรวจสอบ เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.