เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงความคืบหน้าการขอเปิดอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 152 ว่า มีการพูดคุยกันกับวิปของพรรคภูมิใจไทย เห็นตรงกันว่าจะปรับเปลี่ยนเป็นการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องการเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ และกระทบกับสภาพเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก แต่การใช้กลไกตามมาตรา 152 อาจจะต้องใช้เวลาตั้งแต่การยกร่างการเข้าชื่อการประสานวิปทั้ง 3 ฝ่ายอย่างน้อย 1 เดือน อาจล่าช้าไม่ทันการและด้วยเส้นตายที่จะกำหนดมาตรการบังคับใช้ภาษี 36% ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ โดยในวันพฤหัสบดีที่ 31 ก.ค. จะยื่นญัตติด่วน ไม่ว่าในวันนั้นจะมีผลการเจรจาอย่างเป็นทางการมาแล้วหรือไม่ แต่คิดว่ารัฐบาลยังมีปัญหาต้องขบคิดต่อโดยเฉพาะปัญหาที่จะเกิดขึ้นและต้องแก้ไขต่อไป เบื้องต้นได้ประสานไปยังวิปรัฐบาล เพื่อให้รับเรื่องไปประสานกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่ว่ากระทรวงไหนให้เข้ามารับฟังและชี้แจง
“ถ้ากระทรวงใดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเข้าใจว่าเรื่องนี้นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังเป็นผู้รับผิดชอบหลัก และกระทรวงอื่นที่ต้องมีเรื่องขบคิดในอนาคต เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ถ้าคิดว่ารัฐมนตรีคนไหนต้องรับมือกับเรื่องนี้ก็ควรมาฟัง” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว
นอกจากนี้นายปกรณ์วุฒิ ยังกล่าวว่า ทางพรรคฝ่ายค้านจะมีข้อเสนอแนะ เพราะมีทีมที่ติดตามเรื่องนี้มาอย่างใกล้ชิด โดยเตรียมว่าถ้าเกิดสถานการณ์ต่าง ๆ ผลต่างภาษีของไทยต่อประเทศใกล้เคียง อย่างประเทศที่เป็นคู่แข่งทางการค้าโดยตรงจะแก้ปัญหาอย่างไร หรือแม้แต่ที่ได้อัตราภาษีที่เท่ากันหรือต่ำกว่าเล็กน้อยของประเทศอื่นก็ใช่ว่าประเทศไทยจะได้เปรียบ ดังนั้นจึงต้องมีทีมงานที่คิดเอาไว้ทุกสถานการณ์ เพราะอาจเกิดสงครามการตัดราคาเกิดขึ้นระหว่างประเทศ และมีภารกิจอีกหลายอย่างที่ต้องเตรียมรับมือ ทั้งนี้การใช้มาตรา 152 ควรที่จะใช้กับปัญหาของรัฐบาลในทุกมิติ แต่ครั้งนี้มีเพียงเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว ซึ่งต้องเป็นปัญหาโดยรวมไม่ใช่แค่เรื่องภาษีสหรัฐ สังคมการเมืองควรมีเรื่องปัญหาสังคมการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศรวมอยู่ด้วย ซึ่งได้คุยกับพรรคภูมิใจไทยและเห็นตรงกันแล้ว.



