เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดน่าน เชียงราย แพร่ และพะเยา ว่า ขณะนี้ได้ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับเร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบปัญหาของการแจ้งเตือน ทุกอย่างยังเป็นไปตามระบบที่วางไว้ ส่วนที่บอกว่าการแจ้งเตือนกระชั้นชิด ข้อเท็จจริงคือเราแจ้งเตือนอยู่ตลอด แต่ระดับการแจ้งเตือนมีหลายระดับ ซึ่งครั้งนี้ที่จังหวัดน่านได้รับผลกระทบหนักจึงมีการแจ้งเตือนตลอดเวลา เพื่อให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่า เคยมีการแจ้งว่าพายุวิภาจะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่ปรากฏว่ามีหางของพายุส่งผลกระทบต่อประเทศไทยค่อนข้างหนัก นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ได้ถึงขั้นว่าพายุจะไม่เข้าประเทศไทย แต่ตอนที่พายุอยู่เวียดนามยังไม่สามารถยืนยันได้ แต่พอมันมาก็มีหางพายุทำให้ได้รับผลกระทบในพื้นที่เชียงราย น่าน พะเยา ประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝนด้วย
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการเตือนภัยแจ้งให้อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย แต่ไม่ได้แจ้งว่าให้ไปจุดไหน ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน นายประเสริฐ กล่าวว่า ทางราชการจะมีสถานที่รองรับอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่า น้ำท่วมในหลายพื้นที่ สถานที่ที่เตรียมไว้จึงมีการปรับเปลี่ยน เป็นเรื่องที่ต้องดูหน้างานด้วย ยืนยันว่าทุกอย่างจังหวัดเป็นฝ่ายดำเนินการอยู่แล้ว
นายประเสริฐ ยืนยันว่า ในส่วนของการให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ประสบภัยมีความพร้อม แต่ถ้าพื้นที่ไหนไม่มีสัญญาณพร้อมนำรถโมบายเคลื่อนที่ไปขยายสัญญาณให้ ขณะนี้ยังไม่พบปัญหา แต่ก็สั่งให้เช็กสัญญาณในจุดประสบภัยด้วย หากจุดใดที่มีปัญหาทาง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะแจ้งให้โอเปอเรเตอร์เครือข่ายโทรศัพท์เข้าไปดำเนินการขยายสัญญาณ



