เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ก.ค. น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่ม จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนวิภา โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมวอร์รูม ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

โดย น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า จากการติดตามความเคลื่อนไหวของพายุโซนร้อนวิภา พบว่า ขณะนี้พายุวิภาได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง และเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในหลายพื้นที่ 

ซึ่งปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ จ.น่าน เชียงราย พะเยา ลำปาง เชียงใหม่ และเลย รวม 29 อำเภอ 133 ตำบล 531 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 8,775 ครัวเรือน 32,176 คน และมีผู้สูญหาย 1 ราย ซึ่งปัจจุบัน (ข้อมูล ปภ. ณ เวลา 06.00 น.) ระดับน้ำโดยภาพรวมเริ่มลดระดับลง แต่ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในหลายพื้นที่ยังคงมีฝนตกเป็นระยะ จึงได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดให้ความสำคัญกับการติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่รับผลกระทบ โดยระดมสรรพกำลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบูรณาการการทำงานเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ อพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย และดูแลความเป็นอยู่ รวมถึงความปลอดภัยของประชาชนในทุกมิติ

“จากการประชุมร่วมกับจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ทำให้เห็นว่าจังหวัดได้มีการเตรียมรับมือสถานการณ์และออกปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง ขณะนี้แม้สถานการณ์มีแนวโน้มคลี่คลายลง แต่ขอให้จังหวัดยังคงปฏิบัติการตามข้อสั่งการอย่างต่อเนื่อง เน้นการใช้เครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องสูบน้ำ รถสูบส่งน้ำระยะไกล เพื่อสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ และขอให้เฝ้าระวังไม่ให้พื้นที่ที่เป็นโรงพยาบาลและศูนย์พักพิงที่มีประชาชนอยู่เป็นจำนวนมากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ขอให้เร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง โดยหากทรัพยากรในพื้นที่ไม่เพียงพอ ให้ประสานมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อจัดรถยกสูง รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย หรือเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 สนับสนุนการปฏิบัติการตามความเหมาะสมต่อไป” น.ส.ธีรัตน์ กล่าว

น.ส.ธีรัตน์ กล่าวว่า ในส่วนของประชาชนที่ไม่ได้อพยพออกจากที่อยู่อาศัย ขอให้จังหวัดจัดส่งถุงยังชีพให้กับทุกครัวเรือนตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง และให้จังหวัดเพิ่มการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ ป้องกันความเข้าใจผิด และลดความตื่นตระหนกของประชาชน ตลอดจนขอให้สื่อสารกับประชาชนที่ไม่ประสงค์อพยพออกจากที่อยู่อาศัยด้วยความเข้าใจ โดยกำหนดประเด็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ