เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อม กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีนายชัยชนะ เดชเดโช รมช.สาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายสมศักดิ์ แถลงหลังการประชุมว่า ตนได้รับทราบเหตุการณ์โจมตีพี่น้องประชาชนไทยที่เกิดขึ้น ตนรู้สึกโกรธและเศร้าสลดอย่างสุดซึ้ง จากเหตุการณ์ที่กองกำลังกัมพูชาได้เปิดฉากโจมตีอย่างไร้มนุษยธรรม ต่อโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ และโรงพยาบาลกันทรลักษ์ ในจังหวัดศรีสะเกษ ตลอดจนพื้นที่พลเรือน ในอีกหลายจังหวัด ตามแนวชายแดน การกระทำดังกล่าว ไม่เพียงแต่เป็นการคุกคามอธิปไตยของชาติไทย แต่ยังเป็นการเหยียบย่ำคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง
สถานการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในวันนี้ เวลา 14.15 น. นั้น ใหญ่หลวงเกินกว่าจะยอมรับได้ จากการโจมตีในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ถึง 35 ราย จำนวนนี้ต้องเสียชีวิตถึง 11 ราย และยังมีทหารได้รับผลกระทบอีก 8 นาย โดยมีรายละเอียดความสูญเสียในแต่ละพื้นที่ดังนี้ จังหวัดสุรินทร์ ประชาชนเสียชีวิต 2 ราย เป็นเด็กอายุ 8 ขวบ 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย บาดเจ็บปานกลาง 3 ราย ส่วนทหารบาดเจ็บสาหัส 3 ราย อาการ 7 ปานกลาง 1 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย จังหวัดอุบลราชธานี เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 4 ราย จังหวัดศรีสะเกษ ประชาชนเสียชีวิต 8 ราย โดยเป็นเด็กอายุ 15 ปี 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 3 ราย บาดเจ็บปานกลาง 8 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย และทหารเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย จังหวัดบุรีรัมย์ ประชาชนบาดเจ็บปานกลาง 1 ราย
กระทรวงสาธารณสุขขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการโจมตีโรงพยาบาลและประชาชนชาวไทย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและอนุสัญญาเจนีวาอย่างร้ายแรง ซึ่งในบรรดาผู้เสียชีวิตนั้น มีเด็กผู้บริสุทธิ์รวมอยู่ด้วย การทำร้ายเด็กถือเป็นการกระทำที่น่าละอายและไม่อาจให้อภัยได้ที่สุด
ทั้งนี้ โรงพยาบาลต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยเสมอ การจงใจยิงอาวุธใส่สถานพยาบาล คือการกระทำที่ข้ามเส้นแบ่งความเป็นมนุษย์ ดังที่ มาตรา 18 แห่งอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “โรงพยาบาลพลเรือน จะต้องไม่ถูกโจมตี ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ แต่จะต้องได้รับความเคารพและคุ้มครองจากคู่ขัดแย้งตลอดเวลา”
“การกระทำของกัมพูชาในครั้งนี้ จึงเข้าข่ายการละเมิดอย่างร้ายแรงและถือเป็นอาชญากรรมสงครามอย่างชัดเจน ผู้สั่งการและผู้ลงมือจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำอันเลวร้ายนี้เป็นการส่วนตัว”
ในนามของกระทรวงสาธารณสุข เราขอเรียกร้องอย่างหนักแน่นที่สุด ดังนี้ 1 รัฐบาลกัมพูชาต้องแสดงความรับผิดชอบ และหยุดการกระทำโดยทันที 2.รัฐบาลกัมพูชาต้องร่วมเยียวยาความสูญเสียทั้งหมด
“ผมขอยืนยันว่า ความปรารถนาสูงสุดของกระทรวงสาธารณสุข คือการหยุดยั้งความโหดเหี้ยมนี้ เราขอเรียกร้องให้ประเทศกัมพูชายุติการกระทำอันเป็นอาชญากรรมสงครามนี้โดยทันที และหันกลับมาเคารพหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และตนขอส่งความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย และขอให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนว่า กระทรวงสาธารณสุขจะระดมสรรพกำลังทั้งหมดในการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด และรัฐบาลไทยจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเกียรติภูมิของชาติ และเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนไทยทุกคน” รมว.สาธารณสุข กล่าว.


