สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ว่า สถานการณ์ฝนสูงสุดรายภาค: ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน (60) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.บุรีรัมย์ (57) ภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี (25) ภาคตะวันออก จ.ตราด (67) ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี (71) และ ภาคใต้ จ.พังงา (157) วันนี้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก
คาดการณ์ช่วงวันที่ 28 – 31 พ.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม ปริมาณน้ำรวม: 57% ของความจุเก็บกัก (45,669 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 38% (21,559 ล้าน ลบ.ม.)
สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค: ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 15,287 ล้าน ลบ.ม. (55%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 5,600 ล้าน ลบ.ม. (46%) ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 607 ล้าน ลบ.ม. (31%) ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 1,112 ล้าน ลบ.ม. (35%) ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำ 18,453 ล้าน ลบ.ม. (65%) ภาคใต้มีปริมาณน้ำ 4,610 ล้าน ลบ.ม. (60%)
สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา: ภูมิพล มีปริมาณน้ำ 57% (7,696 ล้าน ลบ.ม.) สิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ 55% (5,238 ล้าน ลบ.ม.) แควน้อยบำรุงแดนมีปริมาณน้ำ 26% (240 ล้าน ลบ.ม.) ป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ 17% (168 ล้าน ลบ.ม.)
อ่างเก็บน้ำเฝ้าระวัง: แหล่งน้ำขนาดใหญ่เฝ้าระวังน้ำมาก หรือมีปริมาณน้ำสูงกว่าระดับเก็บกักสูงสุดจำนวน 4 แห่ง ภาคเหนือ :กิ่วลม และ แม่จาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: น้ำพุง และ ลำปาว แหล่งน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเก็บกักมากกว่า 80% จำนวน 27 แห่ง ดังนี้ ภาคเหนือ 11 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 แห่ง ภาคตะวันตก 2 แห่ง และภาคใต้ 2 แห่ง



