สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ว่า นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เขาก็กล่าวหามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งอื่นของสหรัฐ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่ามีอคติแบบ “เสรีนิยม” และมหาวิทยาลัยบางแห่งมี “ทัศนคติต่อต้านยิว” จนนำไปสู่การตัดเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง และการเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดยิ่งขึ้น
US State Dept probes Harvard over visiting scholar programhttps://t.co/rJmNBjoBZG
— Eyewitness News (@ewnupdates) July 23, 2025
นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า การสอบสวนครั้งล่าสุดจะตรวจสอบว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดปฏิบัติตามกฎระเบียบในโครงการรับรองนักศึกษาและผู้มาเยือนแลกเปลี่ยน (เอสอีวีพี) หรือไม่ และมหาวิทยาลัยดำเนินโครงการในลักษณะที่ไม่บ่อนทำลายวัตถุประสงค์ด้านนโยบายต่างประเทศ หรือเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐหรือไม่
“ประชาชนชาวอเมริกันมีสิทธิที่จะคาดหวังให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ รักษาความมั่นคงแห่งชาติ ปฏิบัติตามกฎหมาย และมอบสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับนักศึกษาทุกคน” รูบิโอ กล่าวในแถลงการณ์
อนึ่ง รัฐบาลวอชิงตันของทรัมป์ ตัดเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางสำหรับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และพยายามใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อขัดขวางไม่ให้มหาวิทยาลัยรับนักศึกษาต่างชาติ โดยยืนกรานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว มีความชอบธรรมตามกฎหมาย เนื่องจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประสบความล้มเหลวในการปกป้องนักศึกษาชาวยิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางการประท้วงสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา.
เครดิตภาพ : AFP



