สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ว่า นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เขาก็กล่าวหามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งอื่นของสหรัฐ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่ามีอคติแบบ “เสรีนิยม” และมหาวิทยาลัยบางแห่งมี “ทัศนคติต่อต้านยิว” จนนำไปสู่การตัดเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง และการเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า การสอบสวนครั้งล่าสุดจะตรวจสอบว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดปฏิบัติตามกฎระเบียบในโครงการรับรองนักศึกษาและผู้มาเยือนแลกเปลี่ยน (เอสอีวีพี) หรือไม่ และมหาวิทยาลัยดำเนินโครงการในลักษณะที่ไม่บ่อนทำลายวัตถุประสงค์ด้านนโยบายต่างประเทศ หรือเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐหรือไม่

“ประชาชนชาวอเมริกันมีสิทธิที่จะคาดหวังให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ รักษาความมั่นคงแห่งชาติ ปฏิบัติตามกฎหมาย และมอบสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับนักศึกษาทุกคน” รูบิโอ กล่าวในแถลงการณ์

อนึ่ง รัฐบาลวอชิงตันของทรัมป์ ตัดเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางสำหรับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และพยายามใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อขัดขวางไม่ให้มหาวิทยาลัยรับนักศึกษาต่างชาติ โดยยืนกรานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว มีความชอบธรรมตามกฎหมาย เนื่องจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประสบความล้มเหลวในการปกป้องนักศึกษาชาวยิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางการประท้วงสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา.

เครดิตภาพ : AFP