สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่า นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนการพัฒนาแบบทั้งระบบของระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้า และเป็นก้าวสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
นายสุโรจน์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวเมื่อไม่นานนี้ เน้นถึงความเชี่ยวชาญระดับโลกของจีนในเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะด้านระบบแบตเตอรี่และการผลิตขนาดระดับอุตสาหกรรม ซึ่งเสริมได้รับการสนับสนุนจากข้อได้เปรียบของไทยในด้านภูมิศาสตร์ แรงงานฝีมือ และการสนับสนุนที่เข้มแข็งจากภาครัฐ
ความร่วมมือนี้เปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศทำงานร่วมกัน เกิดการพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ตั้งแต่การผลิตรถยนต์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการรีไซเคิลแบตเตอรี่
นายสุโรจน์ กล่าวว่า ผู้ผลิตจีนมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ราคาที่จับต้องได้ และการนำสินค้าออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงผู้บริโภคไทยทั่วไปได้ง่ายขึ้น เกิดการใช้งานรถไฟฟ้าในวงกว้าง ทั้งยังเร่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เช่น สถานีชาร์จไฟ บริการซ่อมแบตเตอรี่ การอบรมด้านการดูแลรักษารถอีวี และการผลิตชิ้นส่วน
ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 การจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลระบบไฟฟ้าล้วนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 35% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 55,708 คัน ซึ่งเกือบ 90% เป็นแบรนด์รถยนต์จากจีน
นายสุโรจน์เน้นย้ำบทบาทของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ในการส่งเสริมการบูรณาการระดับภูมิภาคในกลุ่มอาเซียน ผ่านการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการพัฒนามาตรฐานร่วมกัน และผลักดันโครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดน เช่น บริการชาร์จข้ามประเทศ
นอกจากนี้ นายสุโรจน์มองว่า รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นรากฐานของความร่วมมืออื่นในอนาคต เช่น แบตเตอรี่โซลิดสเตต แพลตฟอร์มอัจฉริยะสำหรับรถอีวี และแนวทางการรีไซเคิลแบตเตอรี่ และการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาร่วมกันในประเทศไทย.
ข้อมูล : XINHUA
เครดิตภาพ : AFP



