สถานการณ์พื้นที่ชายแดนไทยและกัมพูชา ขัดแย้งมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงขั้นแตกหัก หลัง “เขมร” เปิดฉากยิงใส่ “ทหารไทย” ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ในหลายพื้นที่ชายแดนไทยบริเวณ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวนมาก 

ขณะที่ประชาชนร่วมส่งกำลังใจให้ทหารปกป้องอธิปไตย ตลอดพื้นที่แนวชายแดน อารมณ์ชาตินิยมของคนไทยเวลานี้เรียกว่ามาเต็มฝากชาติบ้านเมืองไว้กับกองทัพ

“ศรัทธารัฐบาล” ภายใต้การนำของ “พรรคเพื่อไทย” ดิ่งเหว พร้อมข้อกังขาต้นเหตุมาจาก 2 ตระกูลผู้นำ 2 ประเทศ

นับตั้งแต่  “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และรมว.วัฒนธรรม ถูกปล่อยหลังคลิปเสียง ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศก็พังทลายนับตั้งแต่วันนั้น นำมาซึ่งความสูญเสียในวันนี้  

“ผู้นำไทย” ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องวุฒิภาวะ ความสามารถในการเผชิญกับสถานการณ์วิกฤติ  ที่ผ่านมาไม่สามารถชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน 

สำคัญที่สุดยังไม่จัดลำดับความสำคัญ  แต่เลือกที่จะเว้นช่องตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม”  เพื่อต่อรองดีลหวังอำนาจรักษาเก้าอี้ต่อไปให้  “ตัวเอง” และ “พรรคเพื่อไทย” ให้อยู่ในอำนาจต่อไปให้ยาวนานที่สุดหรือไม่

เช่นเดียวกับสภาพของ “ตัวเอง” หลังถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ “นายกฯ” ปมคลิปเสียงอังเคิล  

แม้ “ตัวเอง” และ “ทีมงาน” จะมั่นใจว่า สิ่งที่ทำไม่ผิดใน “ตำแหน่งนายกฯ” เพราะยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น แต่กลับเดินเกมยื้อชีวิตด้วยการเลื่อนวันส่งคำชี้แจงให้ศาลรัฐธรรมนูญออกไปอีก 15 วัน

เช่นเดียวกับ “พ่อนายกฯ” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทำตัวเป็น “สทร.”  โดดลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี หวังปลอบปละโลมประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมฟาดเขมรมุ่งโจมตีพลเรือน  ซัดฮุนเซนเป็นบ้าส่องโซเชียลจนเป็นซอมบี้ พร้อมปัดปัญหาความขัดแย้ง  2 ตระกูลไม่ใช่ชนวนของสงคราม

ซึ่งก่อนหน้านี้ “ทักษิณ” โพสต์ข้อความเมื่อคืนวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า “มีหลายประเด็นเป็นห่วงสถานการณ์สู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา เสนอตัวมาช่วยไกล่เกลี่ย ผมเลยขอบคุณทุกคนไป แต่อยากจะบอกว่า ขอเวลาหน่อย เพราะคงต้องปล่อยให้ทางทหารไทยทำหน้าที่ช่วยสั่งสอนความเจ้าเล่ห์ของฮุน เซน ก่อน”

ส่งผลให้ “สมเด็จฮุน เซน ” ประธานวุฒิสภากัมพูชา  โต้กลับแบบเดือด  “ผมไม่แปลกใจกับท่าทีทักษิณ มีต่อผม เพราะเขาทรยศได้แม้กระทั่งสมาชิกพรรคเขาเอง ที่แย่กว่าคือ เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารชาวมุสลิมไทยหลายร้อยคนในจังหวัดชายแดนใต้ เมื่อปี 47 และตอนนี้ภายใต้ข้ออ้างที่จะล้างแค้น ฮุน เซน เขาพยายามใช้สงคราม ซึ่งผลลัทธ์ท้ายที่สุด คือความทุกข์ทรมานของประชาชน”

เมื่อ 2 ผู้นำทางจิตวิญญาณของทั้ง 2 ประเทศ ต่างแสดงออกถึงความกร่างเพื่อสร้างกระแสชาตินิยม หวังฉวยโอกาสจากอารมณ์ของประชาชน รักษาผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าการถูกสาวไส้จะสร้างความเสื่อมเสียเพียงใด

ในส่วนกัมพูชาภายใต้การนำของ “ตระกูลฮุน” จะไปต่อได้หรือไม่เป็นเรื่องของเขา  แต่ในส่วนของไทยเสียงของประชาชนหลายคนยังกังขาบทบาทของ  “เสมียนประเทศ”

เช่นเดียวกับเสียงเรียกร้องนับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ขยายผลโดย “กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” ศึกสงครามครั้งนี้รุมเร้าไปด้วยศึกนอกและศึกใน ทุกย่างก้าวล้วนสำคัญ เพราะมีชะตาชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นเดิมพัน