จากกรณีการเกิดเหตุปะทะบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชาลอบเข้ามาวางกับระเบิดในดินแดนไทย เป็นผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 16 และ 23 ก.ค.68 และได้เปิดฉากยิงเข้ามาบริเวณตรงข้ามฐานปฏิบัติการของฝ่ายไทย รวมถึงได้โจมตีรุนแรงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ฝั่งไทยในช่วงเช้าของวันที่ 24 ก.ค.68 โดยส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่เป็นพลเรือน ทั้งชุมชนที่อยู่อาศัย ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน และโดยเฉพาะโรงพยาบาล จนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต นั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มีการเผยแพร่เอกสารระบุใจความว่า ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ร่วมกับกรมตำรวจแห่งชาติกัมพูชา จัดทำร่างแนวมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ในการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ โดยเป็นความร่วมมือระดับทวิภาคีของสองประเทศ และมีกำหนดจะลงนามร่วมกัน ในต้นปี พ.ศ. 2569 นั้น เนื่องจากปัจจุบัน สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงไป มีการปฏิบัติการทางทหารของกัมพูชาโดยใช้อาวุธสงครามโจมตีพลเรือนไทยเสียชีวิตโดยไม่คำนึงถึงชีวิตของผู้บริสุทธิ์ ประกอบกับมีข้อมูลเป็นที่ประจักษ์ว่าประเทศกัมพูชาเป็นฐานของกลุ่มสแกมเมอร์หรือการฉ้อโกงออนไลน์ข้ามชาติ และมีการบังคับใช้แรงงาน โดยมีคนไทยและคนต่างชาติตกเป็นเหยื่อในกระบวนการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจมีหน่วยงานของกัมพูชาที่เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิดดังกล่าวอย่างกว้างขวาง จึงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการประสานความร่วมมือในการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ระหว่างกันในขณะนี้

ดังนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้ระงับความร่วมมือทั้งหมดที่มีกับหน่วยงานของกัมพูชาในด้านการปราบปรามการค้ามนุษย์ รวมถึงชะลอการลงนามในร่างขั้นตอนการปฏิบัติงาน (SOP) ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่อยู่ระหว่างการกลั่นกรองขั้นตอนสุดท้ายไปก่อนจนกว่าสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสถานการณ์ด้านการค้ามนุษย์ของประเทศกัมพูชาจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม กรมสอบสวนคดีพิเศษยังคงมุ่งมั่นปราบปรามการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงาน ในขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ไซเบอร์สแกม และยังคงให้การช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ชาวกัมพูชาเพื่อมนุษยธรรมต่อไป .