เมื่อวันที่ 28 ก.ค. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็น อยากให้รัฐบาลลดระดับความตึงเครียดลง หากยังคงดำเนินแนวทางสงครามไทยกับกัมพูชา จะส่งผลกระทบต่อการเจรจากับสหรัฐ ในเรื่องภาษี ทำให้ภาคเอกชน ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบตามไปด้วยนั้น นายพิธา ถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ กลับแสดงมุมมองที่น่าผิดหวัง ไม่ได้ไปดูบริบทให้รอบด้าน การปะทะตามแนวชายแดน ทหารไทยไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน เราไม่ได้ยั่วยุจุดชนวน หรืออยากจะเปิดฉากทำสงครามเลย

การที่นายพิธา แสดงความคิดเห็นว่า รัฐบาลอาจเลือกที่จะทำสงคราม แต่ภาคเอกชนและแรงงานต่างหากที่ต้องรับผลกรรม ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเปราะบาง ยอมเสี่ยงกับการสูญเสียเศรษฐกิจเกือบหนึ่งในสี่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรจริงหรือ คือสงครามที่เราไม่อาจยอมรับได้ และไม่ควรถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้อง ขอให้เราเลือกสันติภาพด้วยสำนึก ไม่ใช่เพียงเพราะเราถูกบังคับ ลดระดับความตึงเครียดและเจรจากัน ตรงส่วนนี้ นายพิธา น่าจะรู้ดี ถ้าลองย้อนไปประมวลเหตุการณ์ทั้งหมด น่าจะรู้ว่า ไทยไม่ได้เลือกหรือจ้องที่จะทำสงครามเลย สื่อต่างชาติรายงานตรงกัน กัมพูชาเปิดฉากเริ่มก่อน พอเริ่มแล้ว กองทัพไทยจึงโต้กลับตามกฎบัตรสหประชาชาติ ในการปกป้องตนเอง และตอนนี้ เรากำลังดำเนินนโยบายทั้ง 2 อย่างควบคู่กัน ปกป้องผืนแผ่นดิน กั รับฟังท่าทีเงื่อนไขจากทางกัมพูชา เพื่อลดระดับความตึงเครียดลง ลดความสูญเสีย

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ระหว่างผลการเจรจา ข้อสรุปของไทยกับกัมพูชายังไม่ออกมา ทหารไทย ยังต้องตรึงกำลังตามแนวชายแดน ปะทะกับทหารกัมพูชาเป็นระยะๆ ทหารหลายนายพลีชีพ บาดเจ็บจำนวนมาก ชาวบ้านแถวศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี ตราด สระแก้ว ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ได้รับความเดือดร้อนไปด้วย การปกป้องอธิปไตย รักษาดินแดนจากศัตรูชาติรุกรานเข้ามา ยังต้องทำต่อไป เขมรใช้อาวุธหนัก ยิงมาฝั่งไทยโครมๆ จะให้เราอยู่เฉย ขว้างส้ม เขวี้ยงน้ำมันรำข้าวกลับไปอย่างนั้นหรือ เรื่องของรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมกับคณะกำลังทำงานหนักเจรจาหาทางออก ไปคุยกับ นายกฯ กัมพูชา เป็นการดำเนินนโยบายทั้ง 2 ทาง ทหารยังผ่อนปรนไม่ได้ แต่ใช่ว่าจะละเลย การเจรจาหาทางออก ข้อยุติร่วม บนพื้นฐานที่เราไม่เสียเปรียบ ล้วนต้องทำไปด้วยกัน

“นายพิธา ไม่ต้องเป็นห่วง คนทำงาน รัฐบาล ทหาร รู้ว่าต้องทำอะไร อย่างไรบ้างบนผลประโยชน์ประเทศชาติ ปกป้องประชาชนทั้งที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะ ชาวบ้านคนทั่วไปควบคู่กับการดูแลผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ขอบคุณความคิดเห็นหล่อๆ ของนายพิธา แต่เวลานี้ควรไปโฟกัสในสิ่งที่กัมพูชาทำกับไทยให้มาก อะไรบ้างที่มันเกินขอบเขต ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่มีมนุษยธรรม ไร้อารยะ นักเรียนนอก เก่งภาษาอังกฤษทั้งพูด อ่าน เขียน ช่วยกันอีกแรง ไปบอกกล่าวประชาคมโลก ไปออกแรงตรงนั้นจะเกิดประโยชน์ และได้ใจกองเชียร์มากกว่าการคอยจ้องวิพากษ์วิจารณ์คนที่กำลังทำงานเพื่อประเทศชาติ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว.