เมื่อวันที่ 29 ก.ค. สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดตราด มีแนวโน้มคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น โดย นาวาเอกภริศวร์ วงษ์ศรีเพ็ญ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ยืนยันว่า คืนที่ผ่านมาไม่มีการปะทะหรือยิงกันระหว่างทหารทั้งสองประเทศ ฝ่ายความมั่นคงจึงได้แจ้งให้ฝ่ายปกครองจังหวัดตราดทราบเพื่อให้ผู้อพยพสามารถเดินทางกลับบ้านได้แล้ว แต่ยังคงย้ำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์จากผู้นำชุมชนต่อไปอย่างใกล้ชิด
ที่ ศูนย์พักพิงอำเภอเมืองตราด ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยขนสิ่งของกลับบ้านแล้ว ขณะที่บางคนยังคงรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากศูนย์ฯ ส่วนเจ้าหน้าที่ยังคงจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มดูแลผู้อพยพอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเครียด

นางบัวลอย วัย 65 ปี จากตำบลแหลมกลัด เล่าว่า อพยพมายังศูนย์พักพิงตั้งแต่คืนวันที่ 25 ก.ค. ตามคำสั่งผู้นำชุมชนที่ได้รับแจ้งเตือนเรื่องการปะทะ แม้บางคนจะกลับบ้านไปก่อนแต่ก็เลือกที่จะอยู่ต่อที่ศูนย์ฯ เพราะรู้สึกปลอดภัยและได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี หากมีคำสั่งให้กลับบ้าน ก็พร้อมจะกลับบ้านทันที
ด้านศูนย์พักพิงเขาสมิง ชาวบ้านก็เริ่มทยอยกลับบ้านแล้วเช่นกัน ทั้งด้วยรถยนต์ส่วนตัวและได้รับความช่วยเหลือจากอาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด โดยเฉพาะประชาชน 17 คนจากหมู่บ้านไม้รูด ซึ่งอาสากู้ภัยฯ ได้นำรถ 3 คันไปส่งถึงบ้านพร้อมทรัพย์สินมีค่า ระยะทางกว่า 70 กิโลเมตร

นางสมคิด วัย 61 ปี ได้กล่าวขอบคุณศูนย์อพยพและเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ที่ดูแลเรื่องที่อยู่ อาหาร และสิ่งของจำเป็นเป็นอย่างดี โดยเฉพาะความช่วยเหลือในวันแรกที่ครอบครัวไม่มีรถ กู้ภัยฯ ก็เข้ามาช่วยเหลือพาไปยังพื้นที่ปลอดภัย และในวันนี้ก็ยังมาส่งกลับถึงบ้าน นับเป็นความช่วยเหลือที่ซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด รายงานตัวเลขผลกระทบและความเสียหายล่าสุด (อัปเดต 12.00 น.) วันนี้ว่า มีประชาชนใน 15 ตำบล 3 อำเภอ ได้รับผลกระทบรวม 17,741 คน โดยมีผู้อพยพไปยังศูนย์พักพิงทั้ง 8 แห่ง จำนวนทั้งสิ้น 4,494 คน
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลง ปัจจุบันศูนย์อพยพบางแห่งยังมีผู้อพยพที่ยังไม่ยอมกลับบ้าน เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ และเลือกที่จะพักอยู่ในศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัย



