เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีข้อตกลงหยุดยิงบริเวณพื้นที่แนวชายแดน ไทย-กัมพูชา แต่ยังคงตรวจพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้มีการใช้อาวุธโจมตีเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยอยู่หลายจุด ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงอย่างจงใจ เจตนาทำลายระบบความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
โดยบรรยากาศพื้นที่ช่องอานม้า ตรวจพบการเพิ่มเติมกำลังของกำลังประเทศเพื่อนบ้าน และตรวจพบการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินตรวจการณ์การวางกำลังของฝ่ายเรา จากนั้นในห้วงกลางคืนกำลังประเทศเพื่อนบ้านมีการยิงตรวจแนวฝ่ายเราด้วยปืนเล็ก

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า “อนุสาวรีย์ตาอม” สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการเมือง และฝ่ายไทยเคยประณามว่าละเมิด MOU43 (ปี 2543) เพราะการสร้างโครงสร้างถาวรในเขตพิพาท ไม่เป็นไปตามข้อตกลง มีสภาพเสียหายพังยับเยิน

สำหรับ “อนุสาวรีย์ตาอม” (Ta Om Monument) มีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการเมืองของกัมพูชา เป็นตำนานวีรชนท้องถิ่น
“ตาอม” เป็นชื่อที่คนเขมรใช้เรียกชายชราท้องถิ่นที่มีบทบาทในการคัดค้านหรือสู้รบเพื่อปกป้องดินแดนตามแนวชายแดนในอดีต โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดข้อพิพาทด้านพรมแดนในหลายทศวรรษที่ผ่านมา
คนกัมพูชาบางกลุ่มเชื่อว่า “วิญญาณตาอม” จะปกป้องพื้นที่ชายแดน ถ้าอนุสาวรีย์ยังอยู่ดีไม่มีใครแตะต้อง แต่ถ้าอนุสาวรีย์เสียหาย จะเป็นลางร้าย
การตั้งอนุสาวรีย์ตาอมในพื้นที่ทับซ้อน บริเวณช่องอานม้า หวังประกาศเชิงสัญลักษณ์ว่า เขตนั้นเป็นของกัมพูชา ทั้งที่ขัดต่อข้อตกลง MoU2543 ซึ่งห้ามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่.



